การติดตั้ง event tracking ใน GA4

การติดตั้ง event tracking ใน GA4 นั้นจะต้องใช้ Google Tag Manager (GTM) เพื่อสร้าง event และเชื่อมต่อกับ GA4 ได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นขั้นตอนการติดตั้ง event tracking ใน GA4 สามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้:

1. สร้าง event ใน Google Tag Manager

เข้าไปที่ Google Tag Manager แล้วสร้าง event โดยกดที่ปุ่ม “New Tag” แล้วเลือกประเภทของ event ที่ต้องการสร้าง เช่น click, form submission, scroll หรืออื่นๆ ตามความเหมาะสมกับเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชันของคุณ

2. เพิ่ม event tracking code ลงในเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชัน

หลังจากสร้าง event เสร็จแล้ว ให้กดที่ปุ่ม “Save” เพื่อเซฟและเปิดใช้งาน event ใน Google Tag Manager จากนั้นคัดลอก event tracking code ที่ได้จาก Google Tag Manager แล้วนำมาวางในเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชันของคุณ โดยเป็นการเพิ่ม code ในส่วนของ JavaScript ของเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชัน

3. เชื่อมต่อ event tracking code กับ GA4

(ต่อจากข้อ 2) เลือก event ที่ต้องการสร้างเพื่อเชื่อมต่อ แล้วกดปุ่ม “Continue” จากนั้นเลือก “Google Analytics : GA4 Event” แล้วกรอก parameter ต่างๆ ของ event ที่ต้องการสร้าง เช่น event name, event category, event label, event value และอื่นๆ จากนั้นเลือก “Trigger” และเลือก trigger ที่ต้องการใช้งาน เช่น click, form submission, scroll หรืออื่นๆ จากนั้นกดปุ่ม “Save” เพื่อเซฟและเปิดใช้งาน event ใน GA4

4. ตรวจสอบการติดตั้ง event tracking

หลังจากทำการติดตั้ง event tracking ใน GA4 เสร็จแล้ว ให้ทำการตรวจสอบว่า event ที่สร้างไว้สามารถเชื่อมต่อกับ GA4 ได้ถูกต้องหรือไม่ โดยเข้าไปที่ Google Analytics 4 แล้วเลือก “Realtime” แล้วเลือก “Events” จากนั้นดูในส่วนของ “Top events” หรือ “All events” ว่า event ที่สร้างไว้มีการ track หรือไม่ ถ้ามีการ track แสดงว่าการติดตั้ง event tracking ใน GA4 สำเร็จ

โดยสรุปแล้วการติดตั้ง event tracking ใน GA4 จะต้องใช้ Google Tag Manager และมีขั้นตอนที่ค่อนข้างซับซ้อน แต่การติดตั้ง event tracking นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้งานและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพใน Google Analytics 4

Google Analytics 4 มีประโยชน์อย่างไร?

GA4 หรือ Google Analytics 4 เป็นเครื่องมือวัดและวิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่มีความสามารถและประโยชน์มากมาย ดังนี้

วัดและวิเคราะห์ผู้ใช้งาน

ใช้ติดตามการเข้าชมเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันและการใช้งานของผู้ใช้ รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายของผู้ใช้ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการตลาดและเพิ่มยอดขาย

วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้งาน

สามารถติดตามพฤติกรรมของผู้ใช้บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน เช่น การคลิกปุ่ม, การซื้อสินค้า, การสมัครสมาชิก ซึ่งช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้และสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพในการตลาดได้

วิเคราะห์ผลการตลาด

ช่วยวิเคราะห์ผลในทางการตลาดของกิจการ รวมถึงการติดตามและวิเคราะห์การโฆษณาและการตลาดออนไลน์ เพื่อปรับปรุงแผนกการตลาดให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

วิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานและสื่อสังคมออนไลน์

ช่วยวิเคราะห์การใช้งานและการแชร์บนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อปรับปรุงการตลาดและโฆษณาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

ติดตามและวิเคราะห์การใช้งานทางโทรศัพท์มือถือ

ช่วยติดตามการใช้งานและการทำธุรกรรมบนแอปพลิเคชันที่ใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการตลาดและการขาย

เชื่อมต่อกับ Google Ads

GA4 สามารถเชื่อมต่อกับ Google Ads เพื่อวิเคราะห์ผลการโฆษณาและการตลาดออนไลน์ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับปรุงกิจกรรมตลาดและโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สร้างรายงานและการแจ้งเตือน

GA4 ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างรายงานและการแจ้งเตือนเมื่อมีกิจกรรมที่สำคัญเกิดขึ้นบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน เช่น การเข้าชมหน้าเว็บไซต์หน้าสินค้าที่ถูกลดราคา เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

สรุปได้ว่า

GA4 เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการวิเคราะห์และปรับปรุงประสิทธิภาพในการตลาด ซึ่งช่วยให้กิจการสามารถปรับปรุงแผนกการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องต่อกลุ่มเป้าหมายของตนเองได้

เหตุผลที่ควรเลือกใช้ GCP

GCP (Google Cloud Platform) เป็นพื้นที่คลาวด์ที่ให้บริการโซลูชันการคำนวณและการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ โดยมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีความน่าเชื่อถือ นี่คือเหตุผลที่คนหลายๆ ใช้ GCP เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของธุรกิจของพวกเขา

เหตุผลที่ควรใช้ GCP

เทคโนโลยีที่ทันสมัย

GCP มีเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้ผู้ใช้สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันและบริการของพวกเขาได้ด้วยความเร็วและความสะดวก

มีความน่าเชื่อถือ

GCP มีความน่าเชื่อถือสูง เนื่องจากมีเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ และมีการสำรองข้อมูลที่มั่นคง

มีความยืดหยุ่น

GCP มีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งตามความต้องการของผู้ใช้ โดยสามารถเลือกใช้บริการและแพลตฟอร์มต่างๆ ตามความต้องการของธุรกิจ

การจัดการและควบคุมงานอย่างมีประสิทธิภาพ

GCP มีเครื่องมือสำหรับการจัดการและควบคุมงานที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น Google Cloud Console, Cloud Shell, Stackdriver ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการและควบคุมงานของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกสบาย

รองรับภาษาและเทคโนโลยีที่หลากหลาย

GCP รองรับภาษาและเทคโนโลยีต่างๆ อย่างกว้างขวาง รวมถึงภาษา Python, Java, Ruby, Node.js, Go และอื่นๆ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันของพวกเขาได้อย่างหลากหลาย

ให้บริการที่มีประสิทธิภาพสูง

GCP มีเทคโนโลยีการคำนวณและการจัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำ

GCP มีราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่าสำหรับการใช้บริการคลาวด์ โดยให้ผู้ใช้เลือกใช้บริการตามความต้องการและปริมาณการใช้งานของพวกเขา

สนใจเกี่ยวกับบริการ GCP : Google Cloud Platform ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

GCP คืออะไร???

GCP คืออะไร

GCP ย่อมาจาก Google Cloud Platform เป็นแพลตฟอร์มคลาวด์ (cloud platform) ที่ให้บริการในหลายๆ ด้าน เช่น การเก็บข้อมูลและฐานข้อมูล, การประมวลผลแบบคลาวด์, การพัฒนาและการใช้งานแอปพลิเคชัน, การเชื่อมต่อและการทำงานร่วมกันของบริการต่างๆ และอื่นๆ โดย GCP เป็นส่วนหนึ่งของบริการคลาวด์ระดับโลก (global cloud service) ที่มีการจัดการโดย Google ซึ่งเป็นที่นิยมในการใช้งานโดยหลายๆ องค์กร โดย GCP นั้นสามารถใช้งานได้โดยทั่วไปผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และมีโปรแกรมต่างๆ เช่น Compute Engine, BigQuery, Cloud Storage, Cloud AI Platform เป็นต้น ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นและตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

ใน GCP ยังมีบริการอื่นๆ ที่มีความสำคัญและน่าสนใจอีกมากมาย เช่น

Google Kubernetes Engine (GKE)

เป็นบริการจัดการ Kubernetes ในรูปแบบที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการและปรับแต่งระบบคลาวด์ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Cloud Functions

เป็นบริการสำหรับสร้างและรันฟังก์ชันแบบ Serverless ที่เรียกใช้งานจากเหตุการณ์หรือการเรียก API ที่มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสูง

Cloud SQL

เป็นบริการฐานข้อมูลแบบ Relation ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงและมีความมั่นคงสูง สามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกสบาย

Cloud CDN

เป็นบริการ Content Delivery Network ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการข้อมูลแก่ผู้ใช้งานในทุกภูมิภาคของโลก โดยใช้เทคโนโลยีการกระจายและจัดเก็บข้อมูลในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลถูกส่งมอบได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง

Cloud Run

เป็นบริการสำหรับรันแอปพลิเคชันแบบ Serverless โดยเรียกใช้งานจาก Docker container โดยไม่จำเป็นต้องรู้จักและติดตั้ง Kubernetes

BigQuery

เป็นบริการฐานข้อมูลแบบ Columnar ที่มีประสิทธิภาพสูงและมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลได้สูง ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถดึงข้อมูลมหาศาลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ และวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง

Cloud Pub/Sub

เป็นบริการแบบเหตุการณ์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถส่งและรับข้อมูลจากแอปพลิเคชันต่างๆ โดยเป็นแบบแม่แบบ Pub/Sub ที่มีความยืดหยุ่นสูงและมีประสิทธิภาพดี

Cloud Identity and Access Management (IAM)

เป็นบริการที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและทรัพยากรต่างๆ ใน GCP ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้การจัดการการเข้าถึงข้อมูลในระบบเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง

Cloud Machine Learning

เป็นบริการที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างและเทรนโมเดล Machine Learning ได้อย่างง่ายดาย โดยมี API และตัวอย่างโค้ดต่างๆ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจและนำไปใช้

Cloud Storage

เป็นบริการเก็บข้อมูลแบบ Object Storage ที่มีประสิทธิภาพสูงและมีความน่าเชื่อถือ สามารถใช้งานเพื่อเก็บข้อมูลต่างๆ เช่น รูปภาพ วิดีโอ ไฟล์เอกสาร และอื่นๆ

โดยบริการเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเช่าและใช้งานทรัพยากรคอมพิวเตอร์และโปรแกรมต่างๆ โดยออกแบบเพื่อให้เหมาะสมกับการทำงานและพัฒนาแอปพลิเคชันต่างๆ โดยทั่วไป GCP นิยมใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน การวิเคราะห์ข้อมูล การเก็บข้อมูลและการจัดการฐานข้อมูล ซึ่งเป็นเพียงเล็กน้อยจากบริการที่มีอยู่ใน GCP ทั้งหมด

คุกกี้แบนเนอร์คือ? คำถามที่หลายๆ คนสงสัย

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับคุกกี้แบนเนอร์ หรือที่เรียกกันว่า “Cookie Consent Banner” ซึ่งเราจะได้ยินกันมากในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องมาจากประกาศบังคับใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ที่บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา

คุกกี้แบนเนอร์ หรือ Cookie Consent Banner คืออะไร??

คุกกี้ (Cookie) คือ ข้อมูลขนาดเล็กบนเว็บบราวเซอร์ หรือ แอพพลิเคชั่น เพื่อบันทึกข้อมูลของผู้ใช้งาน เช่น อุปกรณ์, ภาษา, ตำแหน่ง หรือพฤติกรรมการใช้งานบนเว็บไซต์

Cookie Consent คือ การขอความยินยอมจากผู้ใช้งาน ในการใช้นำคุกกี้ไปใช้เพื่อจุดประสงค์ต่างๆ เป็นการเคารพสิทธิส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัว ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายคุ้มครอบข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

สรุปแล้ว Cookie Consent Banner ก็คือแบนเนอร์ที่แสดงอยู่บนเว็บไซต์ หรือ แอพพลิเคชั่นต่างๆ เพื่อแจ้งขอความยินยอมในการเก็บข้อมูลคุกกี้ของผู้ที่เข้ามาใช้งาน เพื่อจุดประสงค์ในการนำไปใช้งานต่างๆ

ทำไมทุกเว็บไซต์ต้องมี Cookie Banner??

เนื่องจากเว็บไซต์มักจะมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับนำไปใช้ในจุดประสงค์ต่างๆ ตัวอย่างเช่น

  • Google Analytics เก็บข้อมูลผู้เข้าใจงานเว็บไซต์นำไปวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาด
  • การจดจำ LOGIN เพื่อความสะดวกในการใช้งานครั้งต่อๆ ไป
  • การจดจำภาษาของเว็บไซต์ที่เราเข้าใช้งานเป็นประจำ

ซึ่งตัวอย่างข้างต้นเหล่านี้ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน ในฐานะที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ จึงจำเป็นต้องขอความยินยอมจากผู้ใช้ก่อนใช้งานเว็บไซต์ เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA : Personal Data Protection Act)
บังคับใช้ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ในฐานะเจ้าของเว็บไซต์มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เข้ามาใช้งานเว็บไซต์ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA คือการขอความยินยอมในการนำข้อมูลไปใช้ โดยแจ้งวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บและการนำไปใช้ให้ชัดเจน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ฉบับเต็ม) คลิกที่นี่

Cookie Banner ที่ถูกต้องควรมีอะไรบ้าง

ปัจจุบันหลายๆ เว็บไซต์มีการติดตั้ง Cookie แล้ว ซึ่งแต่ละเว็บไซต์ก็จะมีความแตกต่างกันออกไป หากต้องการทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย PDPA ก็มีองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ดังนี้

  • แจ้งวัตถุประสงค์ในการเก็บคุกกี้และการนำไปใช้
  • มีลิงค์สำหรับคลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดนโยบายการนำคุกกี้ไปใช้งาน
  • ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าคุกกี้ได้ พร้อมคำอธิบายและวัตถุประสงค์รายละเอียดในแต่ละส่วน
  • มีความยืดหยุ่นให้ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าคุกกี้ได้ตลอด
  • เจ้าของเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่นมีการจัดเก็บ Cookie Consent Record

(ข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างองค์ประกอบหลักๆ ที่ควรต้องมี)

Why GA4 setup is more difficult than UA?

Japanese website vs. Thailand website 2022 How to create successful website in Thailand?

3 Important Points Of Content Creation To Let Google Display At The Top Of Search Results

Have you ever experienced that your website does not appear on the top search engine even if you create content and upload it on the website? That is because the content is not written properly. The purpose of content articles posted on a website is to increase the ability of the site to attract customers, and ultimately to achieve results such as attracting prospects, increasing sales, and branding. Even if you launch a website with much effort, no one will access it just by launching it. If the website does not appear at the top of the search result page on Google, it will not be accessed and will not be known or lead to inquiries. This time, I would like to explain the points of how to write content that you should know in order to be displayed at the top of the search results.

Introduction

As of 2021, there are approximately 55 million Internet users in Thailand. Currently, Thailand has a population of about 70 million, so we know that 75% of the population uses the Internet every day. In addition, the number is increasing year by year, and it is predicted that the number will reach about 62 million by 2025.

As the number of Internet users is increasing, the most used Internet medium in Thailand is the Google search engine.

What this means is that on a daily basis, Internet users are looking for information that they want to search on Google. As a result, many companies create and post content on their websites that users may be looking for in an attempt to get them into their websites. By activating communication through the website, we can secure a route to inquiries and business negotiations.
To do so, Google must first display your website at the top of Google’s search page for users to access your page. Being displayed at the top of the search results means that the content is evaluated by Google.  The content must be useful to users as Google focuses on user experience as the business goal and Google aims to provide the best to users.

As I mentioned at the beginning, the purpose of the content posted on the website is to increase the ability to attract customers and ultimately lead to the acquisition of potential customers, inquiries, and contracts. Therefore, getting the user to access and for them to feel satisfied after reading it without leaving the page is very critical. In order to display it at the top of the search results, the key is how to effectively create content that can be read to the end.

This article has summarized the points of how to write high quality content, so it would be great if you could refer to it.

Things to keep in mind when creating content

The most important point to keep in mind when writing content is the “user’s perspective”.
This user perspective is one of the key factors that Google evaluates.

Focus on the user and all else will follow.
Google’s first rule in their “Ten Things” philosophy is to focus on the user before anything else. They state they have served more on users than Google’s internal goals and revenue.

※Source:Google 10 philosophy

Google also states the following:

Create pages that prioritize users’ experience rather than search engines.

※Source:Webmasters Guidelines (Quality Guidelines) – Search Console Help

According to the above statements by Google, creating content from the user’s perspective is an extremely important factor.
In order to create high-quality content with that in mind, the following three elements must be needed.

  1. Content details match with the user’s search intent
  2. Content is structured to make you want to read until the end
  3. Content is easy to understand for the users

It is important to write content that provides the information that users want, has an easy-to-read structure, and has easy-to-understand language and explanations.

We will explain each in detail.

1.Content details match with user’s search intent

What exactly is search intent? This is the user’s goal or intention when entering a keyword into Google search engine; why did you search by that keyword?, what do you want to know? If a keyword is usually searched for with the intention of finding out more about it, then this search must be informational.Same with me, users always have a goal or intention when they type keywords into search engines. In order to create content that can be read by the user, it is important to understand the “search intent = purpose” of this user.

For example, if the keyword that the user key is on a search engine is “improve access count”, we could assume this user may want to increase the number of visitors on their website. Moreover, if we try to dig deeper into why do users want to know?, we could assume that this user has a problem of gaining access numbers on their website and do not have the solutions to the problem, or they are already doing something to increase access numbers but not doing it properly and want to know how to improve. By understanding what the user really wants to know, we will naturally understand what kind of content should be included and what content satisfies the search intent.

It is also important to set goals for what actions you want users to take after reading the content. By setting goals and back-calculating what information should be included to meet those goals, it is possible to create content that is more user-satisfying.

Let me give you a concrete example.

Keyword: “improve website access”

User search intent (purpose):
“I want to increase the number of visitors to the site”

What users really want to know:
I already have a website but the number of accesses does not increase easily, so I would like to know the solution

User action (goal) after reading the content:
Example1 : Will try to do it based on the content
Example2 : I will consider outsourcing to the company

Content example that satisfies the search intent (purpose):

  • The current issue that the number of accesses does not increase
  • Provide solutions and ways to increase the number of accesses

Content example that guides user action (goal) after reading the content:

  • Procedures and methods to be practiced
  • Approach your company’s strengths
  • Lead them to inquiries, etc.

In this way, it is possible to embody the information and content to be conveyed by deeply grasping the search intention and setting goals as to what kind of consciousness the user wants to have after reading the content.

2.Content is structured to make you want to read until the end

The purpose of SEO content creation is to raise awareness of your company’s products, services and brands, and to make inquiries to prospective customers, which ultimately leads to contracts. Therefore, it is important how you structure the content to indicate users to read until the end without leaving the page. First, let’s look at the composition of the entire content.

Title

The title is the biggest factor in deciding whether a user will read or not read the article.

Title should be:

  • Able to understand “what you can get” and “what you can solve”
  • Able to imagine the contents at a glance
  • Able to attract interest

This is because even when the content displayed on Google’s search result, user might not click and see your content as it’s judged as not interesting.That is why choose a title that users feel “this content is for me. I should read it”

The following examples would be a good attention grabbing title:

  • 5 points of xxx
  • Three reasons that xxx
  • 20 years of professional states xxx
  • How to increase 40% for xxx
  • 6 items you want to check about xxx
  • Eight elements to be aware of xxx

Introductory sentence

Like the title, the introductory sentence is an important factor in deciding to read the content. The purpose is to write an introductory sentence that attracts users and tells them that “there is useful information as you read on.” To do this, it is important that the wording is used to guide the text to satisfy the user’s search intent. You can write an easy-to-understand introductory sentence if you are aware of how you can solve the search intent (purpose) (content that satisfies the search intent).

In fact, the introductory sentence of this content article that I’m writing says, “Many people who create content are not writing it properly.” I have written this sentence to grab attention and interest from the readers so the reader will feel “OH! How so? Am i not writing it correctly? What should I do differently?”

The fact that the user does not leave the page in the middle of the page and reads it firmly to the end means they are satisfied, and the user’s evaluation increases. As the user’s evaluation goes up, Google will judge it as “useful information for the user” and display it at the top page of the search results.

Actual content

Obviously, the text is a part that greatly affects user satisfaction. You should also try to include content related to the title in the text. Users who visit the page because they expect the content to be related to their keyword that they key in to the search engine. At this time, even if you click on a title that matches your search intention and visit it, if the actual content does not match the title, the user will feel disappointed and will leave without satisfaction. The value to the user is determined by how credible the content that matches the search intent can be sympathized with the user.
As a result, it will be evaluated by Google and will be easily displayed at the top of the search.

Ways to increase credibility include describing specific data, introducing use cases, quoting words from experts and famous official websites, and introducing both advantages and disadvantages.

Below are the bad and good examples when creating the actual content details:

  • Bad example: The most implemented solutions in Thailand
  • Good example: A solution that improves operational efficiency by an average of 40% after implementation in Thailand
  • Bad example: Very popular products and services
  • Good example: We have a track record of being implemented by more than 100 Japanese companies in Thailand

When you see the good examples, it can be stated that by writing the specific numbers in the details, it could increase the credibility of the actual content. Also by including not only general information but also one’s unique ideas or opinions, company’s strengths and appeal points that are different from other companies, content originality will be enhanced and could increase credibility that will lead to content efficiency.
In addition, it may be difficult to convey the content by just text alone, it is kind to the users to compose with some images, graphs, and charts. By visualizing the content, users’ understanding will be deepened and it will lead to satisfaction.

Summary

Summary content is a very important part as a sentence that reviews the entire article and guides the users to the next action. By including words such as “Please contact us directly” at the end of the article after introducing your company’s products or services, you can encourage the user’s behaviours and actions to the next step.

3.Content is easy to understand for the users

What is often neglected when creating content is whether it is written “easily” for the users to understand. For this, it is important to be aware for the below 2 elements.

Content matches the literacy level of users

When the writers who are familiar with their services and products create the content, they tend to use “terminology terms” such as technical terms and industry terms, which often gives the impression that it is difficult for the users to read. This kind of hard-to-read content causes users to leave the page and affects their evaluation criteria with Google.
However, it is not always the case. It is very important to know who you are delivering the content to, and grasping the literacy level of the target users, so the usage of terminology terms could be adjusted depending on the target audience. For example, in the case of “digital marketing”, when creating content for the users who are in this field, it is not necessary to avoid any difficult terms so much, compared to the users completely different fields. As from our experience, many clients who are mostly not in the digital marketing industry, often question “what is digital?” so it is necessary to explain what digital marketing is as a start. In that case, we can compose the word “digital marketing” for a better understandable phrase. By setting the target and assuming the users literacy, you should be able to see how you can write the content using preferable words and phrases.

Content is easy to read

Article that is not read until the end could conclude it is not a very good content. Users tend to wander around search engines and sites for useful information that they are looking for, so if the details in the article were considered not related, they will exit the page immediately. To solve this problem from happening, the PREP method is the most highly evaluated method for structuring the content.

Point:Conclusion is xxx
Reason (Supporting the point):Because~ xxx
Example(case studies or actual problems):For example、xxx
Point(conclusion/summary):Therefore, it is concluded that xxxx

Here is an example of using the PREP method for structuring.

Keyword topic example:「Digital Marketing」

Point ”Digital marketing has become very important in Thailand, where face-to-face sales are restricted due to the influence of COVID-19.”
Reason ”This is because the number of corporate personnel who collect information online is increasing, and the number of cases where inquiries through the website lead to business negotiations without visiting directly is increasing.”
Example “For example, xxx has been the most issues and problems that many companies in Thailand are facing.“
Point ”Therefore, digital marketing is very important.”

Keyword topic example:「Production Management System (solution)」

Point”In the Thai manufacturing industry, where improving operational efficiency is an urgent issue, digitization such as the introduction of production management systems is progressing.”
Reason”The reason is that by utilizing the production control system, the production process can be visualized and it will lead to the elimination of personalization.“
Example”For example in Thailand recently, xxxx has been the most issues that causing the problem of xxxx”
Point”Therefore, digitization such as the introduction of production management systems is important.”

In this way, if you come to the conclusion of what you want to convey first, and if the content that supports are written, you can create very easy-to-read content that is easy for the user to understand.

Summary

This time, I explained three points of how to write content that you should know in order to be displayed at the top of the search results by Google.

  1. Does it match the user’s search intent?
  2. Is it structured to make users want to read on?
  3. Is it made easy to understand?

The key to creating good content is to always remember the “user’s perspective.” This user perspective is an important factor in Google’s evaluation, as Google’s primary goal is to provide useful information to users in search results. If you create content with the user’s perspective in mind, it will be evaluated by Google and will be displayed at the top of the search results.
If the site is displayed at the top of the search results, we believe that it will eventually lead to an increase in the number of site visits and inquiries.
I would be grateful if you could refer to the contents introduced this time.

If you have any problems such as launching websites in Thailand, Malaysia, or Asian countries, but the number of accesses does not increase, or you do not get inquiries, we recommend that you start content SEO. We also provide consultation on content proposals from keyword analysis, which is important for starting content SEO, and support digital marketing in Thailand, Malaysia, and Asian countries. First of all, if you have any concerns about the current situation, please feel free to contact us!

What Is Content SEO? Effective Ways To Increase Leads By Content Creation In Thailand

Table of Content:
1.What is Content SEO?

2.Advantage of Content SEO
Advantage1:Costs can be reduced because no need to allocate for advertising budget
Advantage2:The effect of attracting customers is maintained for a long time
Advantage3:The more content you accumulate, the more it becomes your company’s assets
Advantage4:Increase brand credibility and awareness
Advantage5:It can be expected to attract customers by users sharing on social media

3.Disadvantage of Content SEO
Disadvantage1:It takes time for the effect to appear because there is no immediate effect
Disadvantage2:It takes effort and time to create content
Disadvantage3:Requires regular maintenance

4.Articles highly rated by Google and users

  • Understand Google
  • Understand the users

5.Effective content creation flow

6.Summary

There are many companies who still think that once they have created the website, users will automatically access it. A lot of companies start a website with a strong ambition of “let’s make it a cool design” or “let’s make the website that is easy for users to use”, but not really realizing how many number of accesses will this website have nor what ranking it will appear on the search results on Google search engine for the users to able to find your website. As the users only visit the website that shows on the top 2pages at max on the search results, having your website on the top page of search results is very important.
When the Internet came out new to this world, the number of companies that had websites was still limited, and it was normal that the website showed on the top page of search results. Nowadays, “1 company, 1 website” has become typical, the ranking of search results becoming the attribute for users to select what is a good website and what is not. With Google’s vast and complex algorithms, Google categorizes the vast number of web pages in the search index, and instantly displays the most relevant  and useful information that users are looking for. This affects the results in ranking of search engines. In order to show your website on the top ranking, the most important aspect that Google determines the ranking is by how useful the information and content is for the users who are searching. Google search algorithms consider various factors such as search keywords, page relevancy, usefulness of the content, updated content and many more. All of these factors are important in content SEO.

Content SEO is to optimize the search results by regularly updating the website with high-quality content (the part corresponding to the blog article). However, it is not just a matter of writing an article and uploading it on the website. If you upload the content SEO without knowing it deeply, you may have troubles such as “The number of accesses does not increase even though it is updated” and “It is not displayed at the top of the search results”.
So what kind of content is displayed at the top of the search results? In this article, I would like to explain exactly what content is highly evaluated in “content SEO” from the perspective of Google and the user.

What is content SEO?

Content SEO is a strategy to attract search engine traffic on a website by creating content. Google determines the ranking of your website on their search result page by various factors.

By regularly updating articles/blogs on the website that contain useful information that search users are looking for, and enriching the content, these will be the key aspects in determination of making the website display on the top search results.
Google ranks websites by crawling (the program which follows links and crawls all websites) with all kinds of scrutiny and unique algorithms. It is very important to understand what the evaluation criteria from Google are evolving in order to create content.

“Content SEO” = It is important that the content rating is high from both Google and users perspectives

Now let me introduce the advantages and disadvantages that should be understood when starting content SEO that aims to display high-ranking search results.

Content SEO advantages

Advantage1:Costs can be reduce as there is no need to spend for advertising costs

Content SEO is a possible measure if you can publish high-quality articles (content) on your website. Search advertisements that display websites at the top and banner advertisements that encourage access will incur costs each time. On the other hand, content SEO is a strategy to display your website on the top of search results by organic search without using any advertising costs, so it can be implemented if there is a person in charge of creating articles. If you can assign a person to create an article, you don’t have to outsource article creation or hire a writer, so it can be started without any additional cost. Of course, if you are a person in charge or a professional writer who has some knowledge of SEO, you can expect more useful articles, so you need to keep that point firmly when assigning an article creator. Unlike advertising costs, where continuous investment is inevitable, if you can create an article, you will not incur continuous costs, so costs can be kept down.

Advantage2:The effect of attracting customers is maintained for a long time

Another biggest advantage is the sustainability of the effect of attracting customers. Website customer attraction measures such as search advertisements and banner advertisements will naturally drop their effectiveness once the advertisements are stopped. Content SEO, on the other hand, will continue to attract potential customers from search engines if articles are posted regularly on the website. In contrast to advertising measures that attract customers in a short period of time, content SEO is characterized by being able to maintain stable customer attraction for a long period of time.

Advantage3:The more content you accumulate, the more it becomes your company’s assets

Content SEO measures become the assets of the entire site by accumulating contents. By enriching the content evaluated by Google and users on the site, the majority of the inflow will be from users who are looking for that information, not from advertisements, so the numbers of sales qualified opportunities inquiries will increase. Advertising is effective if you want instant results but requires the investment in advertisement to maintain the performance. On the other hand, by enriching the content, the site itself will be displayed at the top of the search results in the long term without using advertisements, so it will be possible to contribute to attracting customers in the long term continuously

Advantage4:Increase brand credibility and awareness

You will need to create and provide content for the users, assuming the information that users are looking for. It is very important to satisfy the users and make them feel, “This company will provide content that will solve my problems”, “This site has useful information”. In addition, by always including the company logo or company name on the content page of the site, it will be possible to raise awareness from users who visit many times.

Advantage5:Since it is highly spreadable, it can be expected to attract customers from non-search users

By placing an SNS share button in an article, users who highly value the article are more likely to spread to other social media platforms. In addition to the inflow from search engines, we can expect to attract customers from social media, which will lead to increased awareness of products and services and acquisition of new customers without investing in advertisements.

Disadvantages of SEO Content

Disadvantage1:It takes time for the website to appear because there is no immediate effect

Content SEO does not have the immediate effect of rapidly increasing the number of accesses as soon as an article is created and uploaded on the web. This is because it takes time for Google to crawl and evaluates a huge number of websites, selects the sites to be displayed at the top, and ranks the search results. If you have just launched a website and it’s new, Google will judge it as a “website that cannot be trusted yet”, so it is important to regularly upload content and gain the trust of Google. By disseminating useful content “continuously”, if Google evaluates that “this site continuously disseminates useful information to users and contributes to users”, it will be ranked high in the search results.

Disadvantage2:It takes effort and time to create high quality content

Content SEO is a measure in which it is important to create useful articles. Since it is not completed after writing it once, it is necessary to continuously create articles. If you create it in-house without outsourcing, you need to assign a writer in charge to maintain the continuity of article updates.

Disadvantage 3:Requires regular maintenance

It is necessary to continuously create articles, and once uploaded content, regular update work is required. What this means is that Google is making daily improvements to providing useful information to its users and updating the rules for determining search rankings. If you leave the article as it is because it is displayed at the top of the search results, Google will judge that “information has not been updated = users are not looking for this information” and the ranking will gradually drop. The ranking also depends on whether the user actually accessed the content and whether they were satisfied with reading the content. If what users want fluctuates, so does Google’s rating. As a result, articles need to be updated on a regular basis to meet the changing needs of users and the changing criteria of Google. You will need to carry out regular maintenance by analyzing what kind of content is most useful to users and leading to improvement.

Articles highly rated by Google and users

First of all, when implementing content SEO,you need to understand that all articles are evaluated by both Google and users. Google constantly scrutinizes with its own algorithms and aims to provide users with useful and relevant information. Google search engines are also evolving day by day to meet the ever-changing search needs.

Understand Google

In the first place, Google will explain why it is necessary to continue to scrutinize and evaluate the websites that are displayed at the top of the search results on a daily basis with the fundamental Google business model.

Google’s business structure is supported by advertising revenue. Google is made up of people all over the world using Google’s search engine. The more convenient Google is, the more users will use it, and the more users will see the Google ads. The more users see the ads, more people will click on the ad, which will ultimately be Google’s advertising revenue. By making money from advertising, Google helps users provide the information they want for free. The more you trust Google, the more you use Google’s search engine, and Google puts you first and provides the information you’re looking for. In order to identify the best information that search engines can provide to users, Google analyzes a variety of different factors, such as new content, the number of times search keywords appear, and the quality of the user experience of the page. It evaluates its usefulness and determines the ranking of search results.

It is important to create an article while considering the evaluation of both Google and users when disseminating content.

Understand the users

Now let’s understand the user’s perspective. It is necessary to design the content creation policy after understanding the points when to use the search engine and what they want to use the search engine. The users who search engines always have a purpose, whether that is information, answers to your questions, interesting articles and so on. The content that can provide useful information for the keywords that the user searches for is the content that the user is looking for. It means that the quality of the content is important, whether the user is satisfied or not after browsing. The criteria for determining the quality of content are the time spent on the page and the rate of migration within the site. This performance should be analyzed using Google Analytics. We also support Google Analytics services, so please feel free to contact us. Another metric that users rate is whether the site is ranked high in search results or not. When the website is displayed in the top ranking it means that Google trusts this content which means users desirable contents.

What is Google’s philosophy of a trusted website?
Important website elements to be evaluated by Google are the following Google principles.

  1. Transparency
  2. Consistency
  3. Authority
  4. Neutrality
  5. Objectivity
  6. Public interest

Transparency is the shedding light on the process. If the process is disclosed in detail, it is evaluated as a site with no lies or hidden facts = a site with highly transparent content. For example, just posting a photo of Before and After before makeup does not tell you if the cosmetic was really used, and Google will downgrade it because it is not transparent. The more photos of the process between Before and After, the more credible content the user will find. From that perspective, video is the most transparent and content that Google likes.

Consistency means that details of contents’ philosophy and policies are consistent. If the idea or logic is inconsistent among multiple contents and it is judged that this website is uncertain about what it is trying to convey, it will be evaluated as a disadvantageous site for users and the search ranking will not be rated as top.

Authority is whether the industry or the authority of the road supervises the content without disguise. Google considers the content to be reliable and good for users if it is clearly stated that it involves a professional on the road, an authoritative person that more people know, rather than a solution that does not know who is saying it.

Neutrality is not biased toward one-sided opinions, but whether it is neutral or objective. Even content that proposes one solution is evaluated as highly neutral content by introducing opinions and data from various positions.

Objectivity is the evaluation axis of whether the content is guaranteed to be objective. It is important to ensure authority and neutrality, and to have objectivity in the proposals and solutions in the content. For example, writing an article while disclosing the result data of quantitative surveys such as consumer questionnaires and qualitative surveys such as group interviews will greatly improve the evaluation of objectivity.

The public interest is the perspective of whether the website is in a position that only it should be. If the content is just to sell your company’s products and services, it will not be evaluated for public interest and it will be difficult to be displayed at the top of the search results. In addition, it is also an important factor for Google to make inquiries properly on the site, specify the contact point and transmission method of complaints, and “properly respond to users even if something goes wrong”.

Effective content writing flow

Now that you understand the content that Google and users rate, let’s understand the flow of actual content creation.
The figure below shows an effective article production flow.
First, we will conduct a keyword survey, create content that matches the search intent, and even after the article is published, we will continue to use PDCA such as effectiveness verification and rewriting.

First is the target/objective setting. You will need to decide what kind of target you will deliver the content to and what kind of goal you will want to achieve. Since this part determines the direction and results of content SEO measures, you will firmly clarify the purpose, target users, and set content patterns.
For example, if you set a goal to increase inquiries, consider who the target you want to inquire about, and whether that target knows your company’s products and services in the first place.
If your company’s service is a “solution,” we will dig deeper from the perspective of what kind of solution you are providing, and clarify it as “IT solution,” “accounting software,” “production management tool,” etc. However, the term “solution” is different for some people who are not interested and for some people, depending on the category of the solution. For example, if you are searching for “IT solutions” below would be the common demand.

  • Want to purchase an “IT solution”
  • Want to compare other companies of “IT solutions”

It is necessary to identify the user’s interests and desired information, such as investigating the merits and demerits of “IT solutions”. Creating the content that each target user wants is important for successful content SEO.

Next, we will identify and prioritize the keywords and benchmark sites that we aim for in keyword design. Here, we define what keywords and categories the target user is searching for, and determine the priority depending on whether it is a potential user or an actual user. After that, we will decide the content to be created based on the keywords. For example, we will organize by assuming the user’s search intention from the keywords in our products and services as follows.

The important thing here is to make a firm guess at what the user really wants to know (the question the user is reading and having). By clarifying this part, it will be possible to create content that answers your questions.

Next is the formulation of production rules. By deciding the rules that will be the guidelines for production before planning the content, you can create the content smoothly, so you need to decide before you start planning. When creating content, it’s important to set the ultimate goal of making users happy that they’ve solved the problem after viewing the article. The three points to be done at the planning stage are as follows.

  • Setting content goals and elements
  • Creating story design
  • Creating titles and headlines

 

What are content goals and element settings?

For example, if the content that contains keywords of “production management tool”

  • Understand the criteria for selecting production control tools
  • Understand the production management tool that suits your company
  • Can imagine the introduction

Those above points will be the final goals. We will organize the elements necessary to achieve that final goal. In the above case, points listed below should be created in one content.

  • Necessity (benefits) of production management tools
  • Effects and examples (case studies) of production management tools
  • Comparison of production control tools, procedure
  • Understanding the current situation and organizing issues that occur due to lack of production control

In creating story design, based on the elements necessary to achieve the goal, we will create the story of the article while well summarizing the answers and solutions.
The purpose of site operation is not only to acquire the number of accesses and page views, but also to set “I want users to purchase products and services” and “I want sales qualified inquiries” for users who visit the site. This story design is a particularly important process.

Finally, creating titles and headlines is an important factor in deciding whether or not a user wants to access them at a glance, so it is necessary to carefully consider the title and headline when designing content. It’s also one of the important indicators for Google to judge the content of the website, so it’s not just a matter of giving a title that has an impact. If Google evaluates that the content content and the keyword are highly related because the title contains the keyword, it is more likely to be displayed at the top of the search results.

For example, the bad title example and good example when aiming with the keyword “production control system” are as follows.

Bad example : Do you have any problems like this? Must-see for those who are considering production management!
Good example : 5 points to realize 40% cost reduction by implementing production management system

 

We can understand that both titles are aimed at targets that are considering introducing the keyword of “production management”, but since the bad example is not a keyword such as “production management system”, Google can not judge that it is the content of the production management system. Since the ranking of search results is evaluated by the difference in title, it is necessary to keep in mind to create a title that firmly includes the targeted keyword.

After setting the content creation rules and planning in this way, we will create the content. Even after creating the content and uploading it on the web, it is important to update and re-write the content at regular basis. What is missing for the user by turning PDCA while verifying the effect? What element is missing for Google to evaluate? It is extremely important to update the content that is evaluated while thinking carefully about the both perspectives of users and Google

Summary

We have introduced the importance of evaluation from the Google perspective and user perspective, which are necessary for creating content. Google always puts user convenience first and is constantly evolving, and it is our mission to provide search users with content that puts users first. This is because it is a business form that is used by users and earns profits by providing the information that users want. In order to be displayed at the top of the search results and to succeed in content SEO, it is necessary to constantly update the content that considers the user.
If you have any problems such as launching websites in Thailand, Malaysia, or Asian countries, but the number of accesses does not increase, or you do not get inquiries, we recommend that you start content SEO. We support digital marketing in Thailand, Malaysia and Asian countries.
If you have any concerns about your current situation, please feel free to contact us!

3 Steps To Successful B2B Digital Marketing

Among the ASEAN countries including Thailand and Malaysia, the outbound marketing like telephone sales and walk-in sales are over. One of the reasons is due to the COVID-19 but it is not only that. We will explain how to effectively achieve greater results of B2B digital marketing in ASEAN countries such as Thailand and Malaysia.

From outbound sales to inbound sales

1. Google search accuracy is continuously improving

At Google, they put all of their technology into it so that the information that users are looking for can be displayed more accurately at the top, and are conducting tests and improvements every day to improve search accuracy. It is because if the world evaluates the convenience that “the product or service you are looking for will come out accurately”, the number of users will increase and the number of clicks on advertisements will increase, which is the pillar of Google’s income.

2. Users use Google to search for the products and services

At the same time as improving the accuracy of search results, the information quality and usability of corporate websites have also improved. This is because companies in the old days say, “We have a website but that’s it” will lose credibility.

Therefore, customers can now search and compare products and services online, and contact directly through websites to obtain the information they need to make a decision.

“I’m busy, I’m not interested in door-to-door sales, don’t bring catalog or brochure” as the word that one of the Japanese manufacturing companies actually said to a new door-to-door salesman who came to their office. Now that there is more than enough information to collect online, we need to shift from outbound sales to inbound sales.

For B2B companies to achieve results in digital marketing (inbound sales)

In our blog last month, we explained the importance of building a website for B2B companies and five important points in creating a website. Above all, it is a prerequisite that websites have become an extremely important business tool for B2B companies.

This time, we will explain how to use the website as one of digital marketing tools to make new inquiries and acquire potential customers.

1. Approaching potential customers to websites

There are many companies that mistakenly think that when a website is launched on the Internet, “Internet users naturally find their site by searching and many people access it.” If you think about it from the point of view of users searching for information, you probably will view only the first page of the search results, second page at the most. With so many websites on the market, it’s very difficult to get your website to the top of your search results. And if you do not announce your products and services online and gain awareness, the website you have created will not be accessed.

Therefore, in order to attract potential customers and prospective customers who want to access the company’s site, use SEO (search engine optimization), social media such as Facebook, Instagram and online advertisement, etc. to let them know about your products and services.

2. From retargeting users who have accessed the websites

Make the website structure easy for the users to find what they are looking for, and generate conversions such as contact to company by submitting contact us form. Plus, retarget the users who have visited the website and left before reaching to conversion to access the page again by running retargeting (tracking) advertisements.

3. Nurture the acquired leads to get contract

The potential customers who contacted via the website still are going to do more research online and compare with other companies before making the final decision. During the period of users comparing with other companies, it is important to continue to send emails, hold webinars, and send explanation videos of products and services as a support for the decision making process. This way, nurturing potential customers will finally lead to actual customers.

Summary

We have explained how to successfully proceed digital marketing for B2B companies to achieve business results centered on websites. The content introduced here is a method that is actually producing results for many of our customers, including our company, which is a B2B company.

Most B2B companies say, “There are sales people, but there is no marketing department.”You need a contact window person, but having marketing knowledge is not necessary. Our staff will support you from hearing to planning, proposal and operation as a professional consultant.

If you are considering in shifting to inbound marketing but don’t know where to start, or if you have a website but you don’t get good results, please feel free to contact us!

5 ข้อสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้กับเว็บไซต์ของธุรกิจ B2B

เว็บไซต์มีบทบาทสำคัญมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเนื่องจากการปรับเปลี่ยนไปสู่โลกดิจิทัล ซึ่งบริษัท B2B หลายแห่งก็เริ่มดำเนินการปรับตัว แม้แต่ในประเทศไทยที่มีประชากรประมาน 69 ล้านคนและมีอัตราการเข้าถึงสมาร์ทโฟนสูงถึง 97% และทุกคนต่างก็มีบรรทัดฐานและมีสภาพแวดล้อมที่ทุกคนสามารถท่องอินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย
จนถึงขณะนี้ บริษัท B2B หลายที่ได้ใช้วิธีการขายแบบเข้าหาลูกค้าโดยตรง แต่เนื่องจากตอนนี้อินเทอร์เน็ตได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจการรวบรวมข้อมูลทางออนไลน์และติอต่อผ่านเว็บไซต์โดยตรงจึงเพิ่มขึ้น มีหลายกรณีที่การสอบถามผ่านเว็บไซต์นำไปสู่การเจรจาทางธุรกิจ ด้วยเหตุนี้เว็บไซต์ขององค์กรที่มีการแสดงข้อมูลของบริษัท วัสดุผลิตภัณฑ์ ฯลฯ เพียงอย่างดียวจึงกลายเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการทบทวนและปรับปรุง จากการสำรวจของ Forrester 2019 พบว่า 60% ของผู้ซื้อในนามองค์กรกล่าวว่าพวกเขาไม่ได้เลือกพนักงานขายเป็นแหล่งข้อมูลหลัก นอกจากนี้ดูเหมือนว่า 62% ของบริษัทต่างๆ ตอบว่าสามารถจำกัดผลิตภัณฑ์ให้แคบลงเพื่อซื้อโดยพิจารณาจากเนื้อหาดิจิทัลเท่านั้นและเลือกรายชื่อซัพพลายเออร์ เพราะเหตุนี้เว็บไซต์จึงกลายเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญสำหรับธุรกิจ B2B โดยเราขอแนะนำ 5 ประเด็นสำคัญในการสร้างเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จสำหรับธุรกิจ  B2B

1. กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ชัดเจน

จุดประสงค์ของเว็บไซต์ไม่ได้เป็นเพียงการต่ออายุการใช้งานแต่เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจโดยการดำเนินการปรับปรุงเว็บไซต์ให้เกิดประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่นในกรณีของ บริษัท B2B จุดประสงค์ของเว็บไซต์อาจเพื่อสร้าง “การสอบถาม” หรือ “ขอสินค้าตัวอย่าง” เป็นต้น

ตัวอย่าง)
วัตถุประสงค์ = ความสำเร็จที่คุณต้องการสร้างบนเว็บไซต์ของคุณ = เพิ่มการสอบถาม ได้รับ 5 คำถามต่อเดือน
วิธีการ = บรรลุวัตถุประสงค์ = เพิ่มจำนวนการเข้าถึงปรับปรุง CVR (กำหนดค่าตัวเลขให้ชัดเจน)

 

นอกจากนี้เนื่องจากเว็บไซต์เป็นแพลตฟอร์มในการเชื่อมต่อกับลูกค้าสิ่งสำคัญคือโครงสร้างต้องง่ายสำหรับผู้ใช้ที่ออกแบบอย่างเหมาะสมจากมุมมองของผู้ใช้ไม่ใช่แค่เว็บไซต์ที่ถูกออกแบบมาอย่างดี ซึ่งหลังจากเปิดตัวเว็บไซต์แล้วเราจะต้องดำเนินการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้บนเว็บไซต์โดยการวิเคราะห์การเข้าถึง ค้นหา หรือแหล่งที่มา โดยใช้การวิเคราะห์ PDCA ที่นำไปสู่มาตรการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพให้ตรงต่อความต้องการของเป้าหมายเรามากขึ้น

2. ทราบปัญหาของบริษัทของคุณ

หลังจากกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายแล้ว การวิเคราะห์ถึงปัญหาปัจจุบันว่าเกิดจากอะไรเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุจุดประสงค์และสิ่งที่ต้องทำอย่างอย่างไร เพื่อหามาตรการแก้ปัญหากันต่อไป

ตัวอย่างเช่นหากวัตถุประสงค์คือ “เพิ่มการสอบถามข้อมูล” คุณต้องวิเคราะห์สถานการณ์บริษัทของคุณ หากคุณเป็นธุรกิจใหม่ในประเทศไทยหรือคนในประเทศไทยไม่คุ้นเคยกับบริษัทของคุณ ดังนั้นกลยุทธ์คือการสร้างการรับรู้เพื่อเพิ่มคุ้นชินให้กับแบรนด์ควรเป็นขั้นตอนแรก และหากจำนวนการสอบถามหรือการมีส่วนร่วมไม่เพิ่มขึ้นเราก็ควรวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน เช่น เว็บไซต์ของคุณจะปรากฏบนหน้าจอผลการค้นหาอย่างไร และคุณจะทำอย่างไรเพื่อให้มันขึ้นในหน้าแรก นี่คือสิ่งที่เราควรคำนึงและวางกลยุทธิ์ให้ตรงจุดประสงค์

3. รู้จักสินค้า / บริการของคุณและกลุ่มเป้าหมายของคุณคือใคร

เมื่อคุณเข้าใจปัญหาของบริษัทและกำหนดกลยุทธ์ที่ตรงตามประเด็นแล้ว คุณสามารถวางแผนที่เป็นรูปธรรมในการสร้างเว็บไซต์ของคุณได้ อธิบายผลิตภัณฑ์และบริการ กลุ่มเป้าหมายที่เยี่ยมชมเว็บไซต์ และหากเป็นเว็บไซต์ของธุรกิจ B2B การสร้างช่องทางการติดต่อสำหรับผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์และบริการของคุณเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งลูกค้ากำลังมองหาข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาของพวกเขาและพิจารณาซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการ ตัวอย่างเช่นหากมีปัญหาเช่น “ความร่วมมือระหว่างแผนกไม่ได้รับการยอมรับอย่างดีและการบริหารเวลาไม่ดี” ก็จะนำไปการมองหาแนวทางแก้ไข โดยเราดึงดูดลูกค้าด้วยหัวข้อในลักษณะคำถามที่น่าสนใจ เช่น  “ถึงเวลาพิจารณาการจัดการการผลิตใหม่แล้วหรือยัง?”. ด้วยการโพสต์บนเว็บไซต์ในลักษณะที่เข้าใจง่ายว่าลูกค้าเป้าหมายมีปัญหาประเภทใดและผลิตภัณฑ์และบริการของพวกเขาสามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาได้อย่างไรเพื่อนำไปสู่การเข้าถึงเว็บไซต์ของบริษัท ด้วยการทำความเข้าใจรูปแบบพฤติกรรมของลูกค้าทำให้สามารถออกแบบนโยบายและสร้างเว็บไซต์ที่มีผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้

4. การออกแบบที่เน้นข้อความ

เว็บไซต์มีไว้สำหรับผู้ใช้งานดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่การออกแบบจะง่ายสำหรับผู้ใช้ที่จะมองเห็น ต่อไปนี้เป็นประเด็นที่ควรคำนึงถึงเมื่อออกแบบเว็บไซต์สำหรับ บริษัท B2B

  • การออกแบบบ่งบอกอย่างชัดเจนว่า บริษัทเป็นแบบใดในการมองเห็นครั้งแรก
  • การออกแบบนั้นได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้เยี่ยมชมไซต์สามารถค้นหาข้อมูลได้โดยไม่เกิดการสับสน
  • การออกแบบนั้นบ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือและไว้วางใจหรือไม่
  • การออกแบบมีปุ่ม Call to action หรือไม่
  • การออกแบบนั้นอ่านง่ายแม้ในโทรศัพท์หรือไม่

องค์ประกอบทั้งหมดข้างต้นควรรวมอยู่ในการออกแบบเพื่อให้สามารถนำไปสู่การแปลงได้ดีขึ้นและเกิดผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม

5. การจัดการเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อ

การเปิดตัวเว็บไซต์ไม่ใช่จุดสิ้นสุด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้องแม้ว่าจะได้รับการพัฒนาแล้วก็ตาม เราจำเป็นต้องตั้งเป้าหมายสำหรับเว็บไซต์ที่ผู้ใช้เข้าถึงได้ โดยเมื่อสร้างเว็บไซต์ใหม่จำเป็นต้องพิจารณาถึงวิธีดึงดูดลูกค้ามายังเว็บไซต์ด้วย ซึ่งมีวิธีการต่างๆ ในการดึงดูดลูกค้าเข้าสู่เว็บไซต์ เช่น โฆษณา, ปรับปรุง SEO, การโพสต์บนโซเชียลมีเดีย และการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ รวมไปถึงการอัพเดทบทความหัวข้อที่น่าสนใจบนเว็บไซต์เป็นประจำก็ช่วยในเรื่องของการค้นหาเว็บไซต์ได้ง่ายและดึงดูดผู้ชมเข้ามาในหน้าเว็บไซต์ได้มากยิ่งขึ้น

ตัวอย่าง

  • News

การอัพเดทเนื้อหา การแจ้งเตือน เช่น อัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และข้อมูลเหตุการณ์เป็นครั้งคราว หากข่าวล้าสมัยจะส่งผลต่อความไว้วางใจของผู้ใช้และผลกระทบต่อการเพิ่มประสิทธิภาพของหน้าค้นหาอีกด้วย

  • Case study

ด้วยการเพิ่มจำนวนบทความกรณีศึกษาเป็นประจำบนเว็บไซต์ เสนอผลิตภัณฑ์และบริการ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ใช้จินตนาการได้ง่ายขึ้นว่าจะได้อะไรหลังจากได้รับผลิตภัณฑ์ / บริการในกรณีของตน

  • Blog

การอัพเดทเนื้อหาของคุณเป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มการนำเข้าไปสู่เว็บไซต์ขอวองค์กร (การเข้าชมจากผลการค้นหาคำหลัก)

นอกจากนี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการในการอัพเดทเนื้อหาดังกล่าวควรทำอย่างต่อเนื่อง วิเคราะห์สถานะการเข้าถึงเป็นระยะโดยรับรู้ปัญหาและแนวทางการปรับปรุง โดยในการวิเคราะห์การเข้าถึงจำเป็นต้องอ้างอิงถึงค่าตัวเลขทั่วไปเช่น PV (จำนวนการดูหน้าเว็บ), UU (จำนวนผู้เยี่ยมชม), อัตราตีกลับอัตรา, Conversion, เป็นต้น แต่จากผลการวิเคราะห์ให้ตั้งสมมติฐานที่จะเป็นปัญหาเพื่อแก้ไขและปรับปรุง อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือต้องสะท้อนการทำงานในแผน ตัวอย่างเช่น หากอัตราตีกลับสูงกว่าอัตราอื่นๆ เมื่อมีโฆษณาเข้ามาเท่านั้น จึงมีการตั้งสมมติฐานว่าโฆษณาและหน้าปลายทางอาจไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ หากการออกแบบโฆษณาหรือข้อความไม่เหมาะกับผู้ใช้เป้าหมายจำเป็นต้องใช้มาตรการเพื่อเปลี่ยนแปลงการออกแบบโฆษณาและจำเป็นต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงหน้า landing page อีกด้วย

สรุป

หวังว่า 5 ข้อสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้กับเว็บไซต์ของธุรกิจ B2B ที่ทางเราได้แนะนำไปจะช่วยเป็นแนวทางให้ทุกท่านได้สร้างประสิทธิภาพและผลลัพธ์ของเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้นได้นะครับหรือหากคุณต้องการสร้างเว็บไซต์ แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนหรือหากคุณมีเว็บไซต์แต่ผลลัพธ์ไม่ดีโปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเรา!