การติดตั้ง event tracking ใน GA4

การติดตั้ง event tracking ใน GA4 นั้นจะต้องใช้ Google Tag Manager (GTM) เพื่อสร้าง event และเชื่อมต่อกับ GA4 ได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นขั้นตอนการติดตั้ง event tracking ใน GA4 สามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้:

1. สร้าง event ใน Google Tag Manager

เข้าไปที่ Google Tag Manager แล้วสร้าง event โดยกดที่ปุ่ม “New Tag” แล้วเลือกประเภทของ event ที่ต้องการสร้าง เช่น click, form submission, scroll หรืออื่นๆ ตามความเหมาะสมกับเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชันของคุณ

2. เพิ่ม event tracking code ลงในเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชัน

หลังจากสร้าง event เสร็จแล้ว ให้กดที่ปุ่ม “Save” เพื่อเซฟและเปิดใช้งาน event ใน Google Tag Manager จากนั้นคัดลอก event tracking code ที่ได้จาก Google Tag Manager แล้วนำมาวางในเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชันของคุณ โดยเป็นการเพิ่ม code ในส่วนของ JavaScript ของเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชัน

3. เชื่อมต่อ event tracking code กับ GA4

(ต่อจากข้อ 2) เลือก event ที่ต้องการสร้างเพื่อเชื่อมต่อ แล้วกดปุ่ม “Continue” จากนั้นเลือก “Google Analytics : GA4 Event” แล้วกรอก parameter ต่างๆ ของ event ที่ต้องการสร้าง เช่น event name, event category, event label, event value และอื่นๆ จากนั้นเลือก “Trigger” และเลือก trigger ที่ต้องการใช้งาน เช่น click, form submission, scroll หรืออื่นๆ จากนั้นกดปุ่ม “Save” เพื่อเซฟและเปิดใช้งาน event ใน GA4

4. ตรวจสอบการติดตั้ง event tracking

หลังจากทำการติดตั้ง event tracking ใน GA4 เสร็จแล้ว ให้ทำการตรวจสอบว่า event ที่สร้างไว้สามารถเชื่อมต่อกับ GA4 ได้ถูกต้องหรือไม่ โดยเข้าไปที่ Google Analytics 4 แล้วเลือก “Realtime” แล้วเลือก “Events” จากนั้นดูในส่วนของ “Top events” หรือ “All events” ว่า event ที่สร้างไว้มีการ track หรือไม่ ถ้ามีการ track แสดงว่าการติดตั้ง event tracking ใน GA4 สำเร็จ

โดยสรุปแล้วการติดตั้ง event tracking ใน GA4 จะต้องใช้ Google Tag Manager และมีขั้นตอนที่ค่อนข้างซับซ้อน แต่การติดตั้ง event tracking นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้งานและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพใน Google Analytics 4

Google Analytics 4 มีประโยชน์อย่างไร?

GA4 หรือ Google Analytics 4 เป็นเครื่องมือวัดและวิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่มีความสามารถและประโยชน์มากมาย ดังนี้

วัดและวิเคราะห์ผู้ใช้งาน

ใช้ติดตามการเข้าชมเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันและการใช้งานของผู้ใช้ รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายของผู้ใช้ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการตลาดและเพิ่มยอดขาย

วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้งาน

สามารถติดตามพฤติกรรมของผู้ใช้บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน เช่น การคลิกปุ่ม, การซื้อสินค้า, การสมัครสมาชิก ซึ่งช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้และสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพในการตลาดได้

วิเคราะห์ผลการตลาด

ช่วยวิเคราะห์ผลในทางการตลาดของกิจการ รวมถึงการติดตามและวิเคราะห์การโฆษณาและการตลาดออนไลน์ เพื่อปรับปรุงแผนกการตลาดให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

วิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานและสื่อสังคมออนไลน์

ช่วยวิเคราะห์การใช้งานและการแชร์บนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อปรับปรุงการตลาดและโฆษณาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

ติดตามและวิเคราะห์การใช้งานทางโทรศัพท์มือถือ

ช่วยติดตามการใช้งานและการทำธุรกรรมบนแอปพลิเคชันที่ใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการตลาดและการขาย

เชื่อมต่อกับ Google Ads

GA4 สามารถเชื่อมต่อกับ Google Ads เพื่อวิเคราะห์ผลการโฆษณาและการตลาดออนไลน์ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับปรุงกิจกรรมตลาดและโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สร้างรายงานและการแจ้งเตือน

GA4 ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างรายงานและการแจ้งเตือนเมื่อมีกิจกรรมที่สำคัญเกิดขึ้นบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน เช่น การเข้าชมหน้าเว็บไซต์หน้าสินค้าที่ถูกลดราคา เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

สรุปได้ว่า

GA4 เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการวิเคราะห์และปรับปรุงประสิทธิภาพในการตลาด ซึ่งช่วยให้กิจการสามารถปรับปรุงแผนกการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องต่อกลุ่มเป้าหมายของตนเองได้

เหตุผลที่ควรเลือกใช้ GCP

GCP (Google Cloud Platform) เป็นพื้นที่คลาวด์ที่ให้บริการโซลูชันการคำนวณและการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ โดยมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีความน่าเชื่อถือ นี่คือเหตุผลที่คนหลายๆ ใช้ GCP เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของธุรกิจของพวกเขา

เหตุผลที่ควรใช้ GCP

เทคโนโลยีที่ทันสมัย

GCP มีเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้ผู้ใช้สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันและบริการของพวกเขาได้ด้วยความเร็วและความสะดวก

มีความน่าเชื่อถือ

GCP มีความน่าเชื่อถือสูง เนื่องจากมีเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ และมีการสำรองข้อมูลที่มั่นคง

มีความยืดหยุ่น

GCP มีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งตามความต้องการของผู้ใช้ โดยสามารถเลือกใช้บริการและแพลตฟอร์มต่างๆ ตามความต้องการของธุรกิจ

การจัดการและควบคุมงานอย่างมีประสิทธิภาพ

GCP มีเครื่องมือสำหรับการจัดการและควบคุมงานที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น Google Cloud Console, Cloud Shell, Stackdriver ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการและควบคุมงานของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกสบาย

รองรับภาษาและเทคโนโลยีที่หลากหลาย

GCP รองรับภาษาและเทคโนโลยีต่างๆ อย่างกว้างขวาง รวมถึงภาษา Python, Java, Ruby, Node.js, Go และอื่นๆ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันของพวกเขาได้อย่างหลากหลาย

ให้บริการที่มีประสิทธิภาพสูง

GCP มีเทคโนโลยีการคำนวณและการจัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำ

GCP มีราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่าสำหรับการใช้บริการคลาวด์ โดยให้ผู้ใช้เลือกใช้บริการตามความต้องการและปริมาณการใช้งานของพวกเขา

สนใจเกี่ยวกับบริการ GCP : Google Cloud Platform ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

พฤติกรรมการบริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ของคนไทยในปี 2023

การเติบโตและการเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมการบริโภคผ่านช่องทางออนไลน์

ในปี 2023 การใช้งานอินเตอร์เน็ตของประเทศไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของการใช้งานผ่านมือถือ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่สุดของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในประเทศไทยในอนาคต ซึ่งจะส่งผลให้การใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านมือถือในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้งานที่มีความสนใจในการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนมือถือมากที่สุด

การใช้งานอินเตอร์เน็ตบนมือถือในประเทศไทยจะเป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สายและมีความเร็วสูง โดยจะมีการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ที่จะช่วยเพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและเปิดโอกาสให้กับผู้ใช้งานในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สายได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

การใช้งานอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยในปี 2023 ยังมีการเปลี่ยนแปลงในการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊ค ซึ่งจะเห็นได้ว่าจะลดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานที่มีอายุมากกว่า 35 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้งานที่มีความสนใจในการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คน้อยลง

การใช้งานอินเตอร์เน็ตมีการเปลี่ยนแปลงในการใช้งานบนโทรทัศน์ โดยจะมีการพัฒนาเทคโนโลยี IPTV ซึ่งเป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สายกับโทรทัศน์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานในการเข้าถึงเนื้อหาบนโทรทัศน์ได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

การเติบโตของธุรกิจออนไลน์

การเติบโตของธุรกิจออนไลน์ในประเทศไทยยังคงเป็นที่น่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะการซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ภายในปี 2023 นี้ คาดว่าจะมีการเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการใช้เทคโนโลยีในการช้อปปิ้งที่สะดวกสบายมากขึ้น

การซื้อขายสินค้าออนไลน์ในปี 2023 นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถซื้อขายสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย และมีความปลอดภัยในการซื้อขาย ซึ่งจะทำให้ธุรกิจออนไลน์ในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การซื้อขายสินค้าออนไลน์ในปี 2023 นี้ยังคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในการใช้ช่องทางการชำระเงิน โดยมีการใช้เทคโนโลยีการชำระเงินที่มีความปลอดภัยมากขึ้น เช่นการใช้ระบบ Blockchain ในการชำระเงิน ซึ่งจะทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายมีความมั่นใจในการซื้อขายสินค้า

ในส่วนของการขนส่งสินค้า การซื้อขายสินค้าออนไลน์ในปี 2023 นี้ยังคาดว่าจะมีการพัฒนาในการขนส่งสินค้าออนไลน์ โดยมีการใช้เทคโนโลยีในการติดตามการจัดส่งสินค้าอย่างละเอียด และมีการใช้ระบบขนส่งที่มีความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อให้ผู้ซื้อได้รับสินค้าที่ต้องการอย่างรวดเร็วและปลอดภัย

ดังนั้น การซื้อขายสินค้าออนไลน์ในปี 2023 นี้จะเป็นการเติบโตอย่างมากในประเทศไทย โดยมีการพัฒนาในการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีการให้บริการที่มีคุณภาพเพื่อให้ผู้ซื้อได้รับประสบการณ์การซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่ดีที่สุด

Specifications and characteristics of data aggregation methods obtained with GA4

Since the announcement about Google ending support for Universal Analytics, it is required to shift to Google Analytics 4 and more opportunities to learn from the reports. This article will summarize the data aggregation methods that Google Analytics 4 is said to have changed significantly from Universal Analytics.

Introduction

App + Web Properties, which allows tracking across apps and the web, was released as a beta version and is now official as Google Analytics 4 (GA4).

The main reasons raised for GA4 are as follows:

1. To respond to major changes in consumer behavior.
2. to respond to the world’s growing emphasis on privacy

In recent years, with the rapid increase in the number of smartphone users, the medium used by users has expanded from the Web to mobile applications. With the current UA, access analysis for apps is difficult, and there is a problem of not being able to identify users across devices.
GA4 appeared in response to these changing times, and in order to grasp users who use all kinds of devices such as smartphones and apps and go through multiple platforms, it has become necessary to conduct access analysis across analysis of the complex consumption behavior and trends of users who move around websites and apps in all directions. This is because it has become necessary to analyze the complex consumption behavior and trends of users who move across websites, apps, and other platforms.
Therefore, GA4 offers the following advantages over traditional universal analytics.

  • Users who browse the Web on a PC and then purchase from an mobile application can now be recognized as the same customer, even if they are using different devices.
  • Now that we can measure on an event-by-event basis, more events can be measured automatically.
  • BigQuery can be linked for free
  • Enhanced machine learning analysis and insights to predict future behavior

As you can see from the above benefits, UA and GA4 have fundamentally changed the way data is measured: while UA converted data received in hits to session-based data, GA4 now collects it in events as user basis.

Data Type Universal Analytics (UA) Google Analytics 4(GA4)
Page view Measure as page view Measure as events
Events Measure as events Measure as events
E-commerce Measure as E-commerce Measure as events
Custom Dimension Measure as custom dimension Dimension per hit = Measured as an event

Dimension per user = user property

GA4 enables user-oriented analysis, so that after a user visits a website or application, it is possible to understand the behavior of the user up to the point of conversion through repeat visits.

Acquisition: Are the users leading to conversions and revenue?
Conversion: Are users who made conversion actions leading to revenue?
Revenue: What are the behaviors of revenue-generating users on the website and app?
User retention: What are the behaviors of users who continue to use the website?

Before starting analysis with GA4, it is necessary to organize the purpose of the website, the purpose of using the data, and the target figures as a basic premise.

For example, for an e-commerce site, the objective is to sell products and services, and the target figures should include which products were purchased the most, which users made the most purchases, and the monthly purchase amount, etc. For a BtoB site, the objective is to collect user information that can be used by sales and find potential customers. For a BtoB website, the objective is to collect user information that can be used by sales and to discover potential customers, which may include the number of inquiries received, the number of documents downloaded, and the number of e-mail magazine subscriptions.

It is very important to have a purpose for the website, the purpose of using the data, and the target values, so that the values measured by GA4 can be evaluated and improved.

In order to analyze GA4 data, reporting functions in the following 3 aggregation methods can be utilized.

1. Aggregate by GA4 report
・Standard report: Finding out a hypothesis
・Exploration report: Dig deeper into the issue based on the hypothesis

2.Aggregate in GA4x Looker studio
・Direct linkage with GA4: Check KPI and monitoring dimensions and metrics

3. Aggregation with GA4xBigQuery
・Link to BigQuery: Dig deeper into issues on a per-user basis

Here are the specifications and characteristics of each.

1. Aggregate by GA4 report

There are two types of report screens in GA4.
There are “Standard Reports” in a standardized format and “Exploration Reports” that users can create by recombining dimensions and indicators as they wish. The “Custom Report” in the traditional Universal Analytics (hereinafter referred to as UA) functionality becomes the “Exploration Report” in GA4.

Standard Reports

Standard Reports

Standard Report Aggregation Methods

GA4 standard reports are often used to formulate hypotheses to analyze. For example, we have an SEO strategy, but are repeat users looking at certain pages the most? Do users who lead to conversions tend to occur at certain events? We make hypotheses by looking at indicator figures such as the following.

The aggregation method of the standard report has an underlying database table, which displays aggregated data measured by GA4.

About some specifications:

If the result of multiplying the radix of each dimension in the report exceeds the maximum number of rows, “(other)” rows will appear in the Analytics.

※Reference:
https://support.google.com/analytics/answer/13208658?visit_id=638127301129422574-1591277467&rd=1&hl=en

In addition, dimensions with more than 500 unique values per day are considered high base numbers and are more likely to reach the report line limit (50,000 lines) and display “(other)” lines.

This does not only affect reports containing custom dimensions with more than 500 types of data, but all standard reports are affected.

Note that if the maximum number of rows is exceeded, (Other) rows will appear in all standard reports, increasing the likelihood of inaccurate measurements.

Additional reference 1:About radix

The radix is the number of unique values assigned to a dimension.
It is a combination of all dimensions in the property.
Some dimensions have a fixed number of unique values. For example, “device” has 3 (PC, tablet, mobile). On the other hand, a dimension with more than 500 unique values in a day is considered a High-Property Dimension.
In a high-likelihood dimension, the number of rows in the report will increase, increasing the likelihood that the upper limit will be reached. Data that exceeds the limit will be aggregated into “(other)” rows.

Aggregation Methods for Exploration Reports

GA4 exploratory reports are used to verify hypotheses made using standard reports. Unlike standard reports, exploratory reports cannot be created unless you have a clear idea of what you want to analyze, since it is necessary to customize the axis of analysis and indicators by yourself.

・Free-form
Graphs and tables can be created by combining indicators such as the number of accesses, users, and events with dimensions such as country, age, and day of the week.

・Funnel exploration
In this report is it possible for to visualize the percentage of the flow. For example, total number of visitors who made final conversion in the flow of TOP page → Column page → Contact form → Inquiry completed. We are able to find out how many users left the site during the steps or how many users lead to final step.

・Path exploration
It is possible to visualize where a user came from to visit the site, and the sequence of movements through the site and the application.

・Segment overlap
User segments can be compared to see the overlap between indicators.

For example, by looking at how many users satisfy the two segments of “visited from Bangkok” and “visited more than twice”, we can find the best customers.

・User explorer
A list of users can be displayed and detailed individual behavioral data can be viewed.

・Cohort exploration
You can visually see the number of repeat visits by users with common attributes. You can see, for example, “how many times the same user accessed the Web site.

・User lifetime
You can check the Lifetime Value (customer lifetime value), which includes the main referral sources that lead to conversions, the behavior of the first visit, and subsequent actions.

The aggregation method of the exploratory report is to set the items to be displayed in the report from the unprocessed data and refer to the report to be displayed by query.

About some specifications:

GA4 is designed for user privacy and thresholds are easily applied.
Selecting a high radix dimension will not produce an “other” line, but sampling and data thresholds are more likely to be applied.

※Reference:About data sampling https://support.google.com/analytics/answer/2637192
※Reference:[GA4] About data thresholds https://support.google.com/analytics/answer/9383630

Additional reference 1:Differences in data between standard and exploration reports

 

Report type

GA4 Data table

Data that will be shown

Sampling Viewing “(other)”
Standart report Data Tables: Aggregated

Referenced only from aggregated data tables

None

Yes

If the combination of all dimensions in a property exceeds 50,000 rows

Exploration report Data table: Unprocessed (not pre-aggregated)

Include and reference unprocessed data tables

Yes

Free version:10 Million Events

360 (Paid version):Billion Events

None
Additional reference 2:Indication of the presence or absence of data thresholds

In some cases, events measured with thresholds applied may not be displayed in Settings (or Management) > Events. Also, the threshold may be applied even if there is no indication in the indicator that the threshold is applied.

  • How to avoid getting data thresholds
    • Change the reporting identifier to “device-based” and check again
    • Create a report that does not apply thresholds such as “event name by number of events” in the exploration report
    • Increase the time period covered by the report
    • In the “Explore” report, remove dimension related to users
Additional reference 3:Indication of sampling availability

2. Aggregation with GA4xLooker Studio

Looker Studio is a data visualization tool offered free of charge as one tool of the Google Cloud Platform. It allows you to visualize your data using detailed and configurable graphs and tables, easily connects to a variety of data sources, and can be integrated with GA4 to create dashboards of KPIs and metrics to watch and monitor for your marketing targets.

There are two ways to aggregate GA4 data with data visualization tools.
One is to directly “specify GA4 properties” and aggregate the data, and the other is to “link BigQuery”.

1.When aggregating by directly “specifying GA4 properties

<Format of acquisition>
Data is acquired via API when connecting to GA4 from Looker Studio.

<Data to be acquired>
The same data as in the standard report is used for the aggregated data.

*Note
Some dimensions and indicators in the standard report cannot be obtained through the API. In addition, when other rows are displayed in Looker Studio, the values in the other rows are not included in the filter aggregation and correct data cannot be displayed.

Google help:https://developers.google.com/analytics/devguides/reporting/data/v1

Factors such as sampling, data thresholds, and problems with the API itself may make it difficult to determine the cause of whether data is being reflected correctly.

2.When “Linking BigQuery” is used for aggregation

When using “BigQuery integration,” you can handle GA4 raw data for dashboarding, which is more versatile than using aggregated data because raw data can be freely processed.

<Format of acquisition>
Export using the GA4 linkage function.

<Data to be acquired>
RAW data similar to the data used in the search report can be acquired.

*Notes
The data is not exactly the same, as it is only similar to the exploratory report.
Some data will not be output to BigQuery and can only be seen in the exploratory report.
You will need to design and build data tables for BI tools based on your analysis requirements.
*Because referencing with RAW data will increase the amount of data and slow down the operation.

3. Aggregation with GA4xBigQuery

BigQuery is a product offered as part of Google Cloud, Google’s cloud service, and is a data warehouse, BigQuery can process data as large as several TB (1 terabyte = 1,000 GB) or several PB (1 petabyte = 1,024 TB) in seconds or tens of seconds, enabling efficient analysis of a wide variety of data.

The following advantages can be achieved by linking GA4 and BigQuery.

・Analysis that cannot be achieved with GA4’s exploratory reports is possible.

・The ability to combine offline data, CRM data, and other external data for analysis enables the discovery of customer journeys that were previously unseen.

・GA4 can be used for analysis using machine learning functions on Google Cloud Platform.

・Analysis can be performed in conjunction with external BI tools (Tablueau, Power BI, etc.)

Pros Cons Examples of recommended usage scenarios
GA4 report

Standard report

・No need to create default reports as they are displayed in GA4

・No cost

・It is easily affected by sampling and thresholds.

・Difficult to narrow down data

・Difficult to narrow down data
・Insight detailed analysis is not possible

・When using simple indicators to identify general trends

・To use for hypothesizing for analysis

GA4 report
Exploration report
・Easy to generate reports

・No cost

・Difficult to share reports

・Difficult to share reports

・Difficult to get a complete picture of the data

・For individual deep-dive analysis of data

・Trial before analyzing with Looker Studio or BigQuery

・To test hypotheses made using standard reports

GA4 x Looker studio ・Easy to create without engineers or technical IT staffs ・As with the standard report, if the amount of data is too large, it is aggregated into (other).

・Some dimensions and metrics are not available.

・To allow users who are not authorized to view the GA4 report screen to view mainly simple dimension or metrics

・To check KPI and monitoring indicators

GA4xBigQuery ・Easy to obtain data that is difficult and time-consuming to obtain on GA4’s report screen

・Analysis that is not possible with GA4’s exploration reports is possible.

・The analysis can be combined with offline data, CRM data, and other external data, enabling the discovery of customer journeys that were previously invisible.

・GA4 can be used for analysis using machine learning functions on Google Cloud Platform.

・Analysis can be performed in conjunction with external BI tools (Tablueau, Power BI, etc.)

・Costly to build (requires engineers)

・Costly to refer to reports

・When you want to visualize GA4 data precisely

・When you want to dig deeper into issues on a user-by-user basis

・When you want to analyze data integrated with other external data or offline data

GA4 enables cross-device analysis based on users, and there are high expectations that it will enable access analysis that is more in line with actual conditions than UA. It is necessary to utilize reports according to various purposes and usage scenarios.

We offer GA4 implementation support services. Please feel free to contact us.

Google Analytics will stop collecting new hits. Start moving to Google Analytics 4 now

Digital Marketing Situation in Thailand 2022

Japanese website vs. Thailand website 2022 How to create successful website in Thailand?

Importance of SEO and website access analysis in Thailand

Introducing measures that B2B companies have succeeded in increasing the number of inquiries.

In recent years, the number of inquiries from B2B companies has increased, all facing the same problem such as “I want to increase the number of inquiries.” Most of the B2B companies used sales methods of exhibitions, seminars, telephone calls, and face to face appointments. However, due to the epidemic of the COVID-19 and the Thai government announced and encouraged all the citizens to work from home, all of those main sources became difficult. Under this restriction, many B2B companies in Thailand are shifting the focus of their sales activities to online. This time, we will introduce specific online measures that B2B companies should adopt.

Introduction

The spread of the new COVID-19 was also a trigger, but many B2B companies have said for several years that “although we have created websites in the past, it can only be used for online product catalogs.” We have received inquiries such as “I didn’t expect much results that could be achievable from a website” and “I don’t know how to shift to online”.
Since “Customer acquisition” is the starting point of the business cycle, each company has developed a sales strategy suitable for each company, but for some time in Thailand, it has become difficult to approach face-to-face, therefore the first key measure should be focus on “customer acquisition”. The core of attracting customers online is the “website,” which is the face of the company. First, we will review the marketing measures of outbound and inbound, and introduce the flow of how B2B companies can obtain inquiries from potential customers.

What is Outbound Marketing?

Outbound marketing is a marketing measure in which a company takes an outward direct approach to existing customers and potential customers, such as by calling or visiting. Before COVID-19, the sales activities that B2B companies generally performed are this outbound marketing.

What is Inbound Marketing?

Inbound marketing, on the other hand, is a marketing method in which potential customers contact companies for the products and services they need. By providing information and services to potential customers, creating relationships, concluding contracts, and nurturing them into customers, we will increase customer value and lead to corporate growth.
Many executives still misunderstand that “If you launch a website, automatically there will be access from potential customers”, but just launching a website without any marketing strategies will not help for website access.
In order for inbound marketing to be successful, it is necessary to enhance the “website” that is the point of contact and implement measures to gain access.
In Thailand, users (potential customers) use Google search engine in order to find information, therefore how to make Google recognize and evaluate your website and to display it at the top of the search results will be the first goal. You will be asked to access the company’s website displayed in Google’s search results, and while you will be wandering around and browsing the information you are looking for, it will eventually lead to conversions (inquiries, membership registration, etc.).

Furthermore, nowadays, even if you can contact potential customers and connect to business negotiations with outbound marketing methods, it is rare that you reach a contract on the spot, and usually these potential clients will search again on Google about your company and make comparisons with other companies. This is normal behaviour.
In addition, the need for outbound marketing is gradually diminishing because the process of corporate recognition, product recognition, and even purchasing decisions can be completed on the website without face-to-face negotiations.
Some of our client companies also requested from their main existing customers, “Don’t bother to visit the sales staff with the catalog anymore. I want you to be able to do the final examination on the website because we will consider it internally.” There is also a case where it was done.
In this way, how to enhance the website and provide useful information to browsing users while trying to differentiate it is the most important point for acquiring potential customers.

Importance of the website

As this data shows, websites have become extremely important, and gathering information on websites has become more commonplace than traditional tools such as sales visits and catalogs and brochures.
Naturally, the contribution of website sales to B2B companies is greater than that of B2C companies that can purchase products in stores or online marketplaces.

The basic flow of inbound marketing that B2B companies aim for is to have potential customers access the website, circulate the information content provided on the site, and finally connect to inquiries, make contracts, and lead to sales.

I explained that the role of the website is very important for achieving this. For what purpose users discovered and accessed your site, how they wandered around the site, what pages they visited for a long time, and whether they left the site after getting the information they were looking for. By properly grasping and analyzing user behavior such as, the conversion (CV) values ​​such as “inquiry”, “request for materials”, and “member registration” will change significantly in the end.
Therefore, the website should be easy to access, design and layout, ease of use, visibility, whether the lead to the desired information is properly drawn, and whether the information required by the prospective customer can be provided accurately. It is necessary to make it while holding down one by one, and grasping what should be improved and how to improve it with data is an important point to lead to business results.

Specific measures to connect to business with the website at the core

Introducing how B2B companies actually create businesses with their websites at the core.
First, grasp user behavior. In order to connect to the business with the website as the core, each measure will be implemented in the following phases.

Phase 1 :Acquisition
Phase 2:Lead Generation/ Remarketing
Phase 3:Inquiry

In Phase 1, “Acquisition,” we will talk about “how to improve access” and “how to make contact with potential customers.” There are three main measures to create customer contact points.

1. SEO

This is a necessary measure to display it at the top of Google’s search result page. By taking SEO measures and displaying the website at the top of the search result page, we are able to increase the number of customers and eventually lead to the achievement of conversions such as “inquiries” and “requests for materials”, which are the main goal of utilizing the website. The users are always looking for the “answer” on the internet that can solve the problem that they are facing. Therefore, it is necessary to provide the information that the user will be looking for on the site while estimating the search intention of the user who has flowed in from the search.
It is also important that the content is easy for users to find and that it is easy to read. In the case of B2B companies, service content and business content tend to be provided in the form of an online catalog, but users leave the page without being very satisfied with “I do not know what to do from here”. There are many other possible cases. It’s difficult to be ranked high in search results unless you can grasp the search intent of your target user and provide useful information that is satisfying to that user.

2. Social Media Management

This is a measure to continuously operate social network media (Facebook, Instagram, Youtube, etc.) used by 80% of the Thai population as customer contact points to attract customers. In addition to the role of disseminating corporate information, it is possible to carry out activities to strengthen engagement (relationship with users) through communication with users. It’s easy to misunderstand that social media is different from your target, but since it is also the most used medium for collecting business information in Thailand, even B2B products and services are effective. While utilizing social media, it will lead to an influx of “more details” to the website. By linking the website and social media well, it will be possible to connect to inquiries.

3. Online Advertisement

This is a measure to display advertisements for products and solutions on the websites that the target browses, and to inflow from there to the company’s website.
Of course, there are other inflow measures that combine events that are held offline, but while there are restrictions on events that attract customers, the main focus is on measures that can be completed online.
The details of the measures differ depending on the services and products of the company, but we mainly implement the above three measures in an appropriate combination to get users to access the website. This is because in order to connect to inquiries, it is necessary to first make people aware of the existence of the website and to access as many potential customers as possible. After that, as shown in the flowchart above, we will develop efficiently while separating the measures to be applied to each user behavior.

Importance of access analysis after “Acquisition” on website

Website access analysis is important at the same time as increasing the number of site visitors. By utilizing access analysis tools we are able to analyse in depth for,

  • User behaviour
  • Most popular page the user viewed
  • Where and how the user come to the page
  • What page did the user viewed before coming to the contact us page

Etc.
It is possible to visualize various dimensions.
There are many access analysis tools, but at our company, a team of experts will analyze users behavior while utilizing “Google Analytics (GA)” which is provided by Google.
By properly grasping the number of accesses and users of the entire site, user behavior of a specific page, etc., it is possible to clearly understand the current state of the site, how the site is migrating and browsing by users, and based on the hypothesis that could be visualized based on the analysing, we are able to find out the solutions for improvements.

For example,
If you can understand the particular behaviour such as “Many users who visited the top page have transitioned to the company profile page and immediately left”, you can enrich the information on the company profile page or other details in the page. Improvement measures such as creating a lead to the page can be considered. If in the other case, that the behaviour was found as “there is a number of website access, but it does not lead to inquiries or material requests at all”, we could collect the user behaviour flow data and investigate which page has become the bottleneck for user to leave the page before visiting the contact us page. Possible that there is not much information on the service page that users were looking for, or maybe the contact us page was too much of a hassle for user to fill in all the columns before submitting.
Furthermore, if data such as “Users from Facebook ads spends longer time on blogs and column pages and they tend to go to the service details page after” is shown, while increasing the advertising budget for Facebook ads and increasing the number of inflows we can think of measures such as increasing the number of articles on blogs and column pages as well. For many B2B companies, increasing the “number of inquiries” and “request for materials” can be mentioned, but since the index of site access analysis differs and the improvement measures also change depending on each purpose, setting the goal in the beginning becomes very important.

As described above, we will build relationships after understanding the behavior within the website for each user group. In some cases, you make an inquiry immediately after visiting the site and have a business talk at once, but in many cases, the user will visit the site as a repeater for returning several times while comparing with other companies. We will encourage inquiries without interrupting the relationship with such users who are “interested but have not yet made a decision”. It develops users into leads.
These include retargeting ads based on behavioral data (ads that follow you with ads for products and services that interest you even after you leave the site) and download white papers (instead of providing the data you want). You can register your contact information), invite you to a webinar, distribute product videos, etc. to keep your interests and interests, and lead to conversion.
Of course, some users will completely leave the process, but it depends on business creation and sales contribution to get as many conversions as possible.
This time, we introduced the marketing strategies that could be used for “Acquisition” in Phase 1. In the next article, we would like to explain Phase 2 of “Lead Generation/ Remarketing”

ICOMM AVENU support the following job scope

Website development

from design planning to construction

Website maintenance

after the website is launched

content/image upload and adjustment

SEO support

consulting and format creation such as what kind of SEO content should be created based on the user’s search intention

Website access analysis

not just Google Analytics reporting, but also problem extraction, hypothesis setting, and proposal of improvement measures by analyzing user behavior

Online advertisement

keyword analysis, banner design production, video production

Social Media management

content creation, posting management, monitoring user reaction, analysis, proposal of improvement measures

Digital Marketing In Thailand 2021

More than a year has passed since COVID-19 had a major impact on the world’s economies. In 2021, online is inevitably increasing, forcing many companies to rethink and restructure their marketing strategies. I would like to introduce how the Internet is currently being used in Thailand, where the development of Internet infrastructure is progressing rapidly, and what kind of online measures are effective in Thailand based on these.

Internet situation in Thailand

First of all, the big difference between Thailand and Japan is the internet usage time of internet users. 70% (about 50million) of Thailand’s population of about 70 million uses the Internet, an increase of 3.4 million compared to last year, but what we would like to focus on is its spending time. Thailand spends an average of 8 hours and 44 minutes a day on the Internet. That is double the spending time of Japan.

There are many cases that we actually had from our clients that when we proposed the marketing strategies to meet the Thailand market,  client’s headquarters in Japan rejected the whole concept as they could not imagine it would work or understand the behaviour of Thai people in the Thailand market as they only know the Japanese trends or behaviours. Therefore, it is extremely important to understand and create a strategy based on the actual datas.

Social media situation in Thailand

Here is the 2021 Thailand’s latest social media stats. The most used social media platform in Thailand is Facebook, which has 51 million users (more than 70% of the population). Next is Youtube of 37.3 million people followed with Facebook’s chat function messenger of 37 million users.

Thailand

On the other hand, the data for Japan is as follows.
In Japan, Youtube is the overwhelming number one. On the other hand, Facebook, which has the highest number of users in Thailand, has extremely small users in Japan.

Japan

The way social media is used is also quite different compared to Japan. First is the time that users spend on social media, which the average daily spending time in Thailand is 2 hours and 48 minutes, while that for Japan is only 51 minutes.

n Thailand, it is common to use social media such as LINE and Facebook to communicate with customers and business partners in business scenes. In Japan, normally Yahoo or Google is used when searching, but in Thailand, there is a tendency to search using social media such as Facebook and Instagram as well as with Google. This applies to both B2C and B2B products or services.
Based on these facts, many B2B and B2C companies are using Facebook as their website as a contact point to target users. B2B companies actively distribute their own exhibitions and seminars using Facebook as well as to introduce their products and services. B2C companies are also achieving results while gaining engagement with users through campaigns on Facebook and Instagram. It will be possible to create strategies for each segment, such as grouping users who follow Facebook pages or take some action on posts and send advance information and VIP information to the target. Facebook has become one of the most effective platforms in Thailand.
On the other hand, this situation is very different from the Japanese market, where the number of Facebook users is as small as 18% of the population, even if the Thai branch office of a Japanese company explains its importance, the understanding and approval from the Japanese head office can be obtained. However, many people are worried that they cannot take measures that utilize social media. Applying the same strategy with Japan to the Thailand market will sometimes not be effective and there are cases where the results are not achieved and the performance is disappointing. Understanding the current situation of the Thai local market is of utmost importance.

Current status of advertising in Thailand

Thailand’s digital advertising spending increased 16% from 2018 to 2019, and Thailand has continued to grow rapidly in the last few years, but due to the arrival of the COVID-19 pandemic has drastically slowed down the rate of growth from previous double-digit numbers to now just +0.3% by the end of 2020. 2020 saw a significant slowdown of + 0.3% year-on-year. The total is about 19.6 billion baht, which is 58.8 billion yen in Japanese yen (calculated at 1THB = 3 yen).

(Source: DAAT-Mid-Year-2020-Press-Report)

Let’s take a look at the five most advertised industries spenders in the latest data for 2020. Although it has decreased by 200 million baht from the previous year of 2019, the industry that has been investing advertising expenses from 2017 to 2020 is the motor vehicles industry. As banks shrank by 350 million baht, the beverage industry, which was previously 4th to 5th, ranked into 3rd place, and the dairy and dairy substitute products industry showed record-high growth rates of 39%. It can be inferred that this was the result of the declaration of self-restraint in 2020, which forced the nesting.

In addition, Facebook, YouTube, and creative are still key areas for advertising spending by the media, with minimal spending declines since 2019. As of the end of 2020, Google Search Advertising and social media are leading growth rates of + 32% and + 26%, respectively. Google Display Network (banner ads), Instagram, and affiliate marketing spending was the lowest at -30%, -13%, and -13%, respectively.

While the number of advertisements is decreasing due to the influence of COVID-19, we will further educate the company about the importance and necessity of digital, accelerate digital transformation (DX), and change the current way of working to adapt to the new normal. It is becoming more important to reexamine and rebuild.
We have more than 20 years of experience and provide business support to Thailand, Malaysia and Asian countries. We provide thorough support from problem extraction for B2C / B2B companies to action design, strategy creation, and execution. If you have any concern about marketing measures or current issues, please feel free to contact us!

3 Steps To Successful B2B Digital Marketing

Among the ASEAN countries including Thailand and Malaysia, the outbound marketing like telephone sales and walk-in sales are over. One of the reasons is due to the COVID-19 but it is not only that. We will explain how to effectively achieve greater results of B2B digital marketing in ASEAN countries such as Thailand and Malaysia.

From outbound sales to inbound sales

1. Google search accuracy is continuously improving

At Google, they put all of their technology into it so that the information that users are looking for can be displayed more accurately at the top, and are conducting tests and improvements every day to improve search accuracy. It is because if the world evaluates the convenience that “the product or service you are looking for will come out accurately”, the number of users will increase and the number of clicks on advertisements will increase, which is the pillar of Google’s income.

2. Users use Google to search for the products and services

At the same time as improving the accuracy of search results, the information quality and usability of corporate websites have also improved. This is because companies in the old days say, “We have a website but that’s it” will lose credibility.

Therefore, customers can now search and compare products and services online, and contact directly through websites to obtain the information they need to make a decision.

“I’m busy, I’m not interested in door-to-door sales, don’t bring catalog or brochure” as the word that one of the Japanese manufacturing companies actually said to a new door-to-door salesman who came to their office. Now that there is more than enough information to collect online, we need to shift from outbound sales to inbound sales.

For B2B companies to achieve results in digital marketing (inbound sales)

In our blog last month, we explained the importance of building a website for B2B companies and five important points in creating a website. Above all, it is a prerequisite that websites have become an extremely important business tool for B2B companies.

This time, we will explain how to use the website as one of digital marketing tools to make new inquiries and acquire potential customers.

1. Approaching potential customers to websites

There are many companies that mistakenly think that when a website is launched on the Internet, “Internet users naturally find their site by searching and many people access it.” If you think about it from the point of view of users searching for information, you probably will view only the first page of the search results, second page at the most. With so many websites on the market, it’s very difficult to get your website to the top of your search results. And if you do not announce your products and services online and gain awareness, the website you have created will not be accessed.

Therefore, in order to attract potential customers and prospective customers who want to access the company’s site, use SEO (search engine optimization), social media such as Facebook, Instagram and online advertisement, etc. to let them know about your products and services.

2. From retargeting users who have accessed the websites

Make the website structure easy for the users to find what they are looking for, and generate conversions such as contact to company by submitting contact us form. Plus, retarget the users who have visited the website and left before reaching to conversion to access the page again by running retargeting (tracking) advertisements.

3. Nurture the acquired leads to get contract

The potential customers who contacted via the website still are going to do more research online and compare with other companies before making the final decision. During the period of users comparing with other companies, it is important to continue to send emails, hold webinars, and send explanation videos of products and services as a support for the decision making process. This way, nurturing potential customers will finally lead to actual customers.

Summary

We have explained how to successfully proceed digital marketing for B2B companies to achieve business results centered on websites. The content introduced here is a method that is actually producing results for many of our customers, including our company, which is a B2B company.

Most B2B companies say, “There are sales people, but there is no marketing department.”You need a contact window person, but having marketing knowledge is not necessary. Our staff will support you from hearing to planning, proposal and operation as a professional consultant.

If you are considering in shifting to inbound marketing but don’t know where to start, or if you have a website but you don’t get good results, please feel free to contact us!

5 ข้อสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้กับเว็บไซต์ของธุรกิจ B2B

เว็บไซต์มีบทบาทสำคัญมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเนื่องจากการปรับเปลี่ยนไปสู่โลกดิจิทัล ซึ่งบริษัท B2B หลายแห่งก็เริ่มดำเนินการปรับตัว แม้แต่ในประเทศไทยที่มีประชากรประมาน 69 ล้านคนและมีอัตราการเข้าถึงสมาร์ทโฟนสูงถึง 97% และทุกคนต่างก็มีบรรทัดฐานและมีสภาพแวดล้อมที่ทุกคนสามารถท่องอินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย
จนถึงขณะนี้ บริษัท B2B หลายที่ได้ใช้วิธีการขายแบบเข้าหาลูกค้าโดยตรง แต่เนื่องจากตอนนี้อินเทอร์เน็ตได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจการรวบรวมข้อมูลทางออนไลน์และติอต่อผ่านเว็บไซต์โดยตรงจึงเพิ่มขึ้น มีหลายกรณีที่การสอบถามผ่านเว็บไซต์นำไปสู่การเจรจาทางธุรกิจ ด้วยเหตุนี้เว็บไซต์ขององค์กรที่มีการแสดงข้อมูลของบริษัท วัสดุผลิตภัณฑ์ ฯลฯ เพียงอย่างดียวจึงกลายเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการทบทวนและปรับปรุง จากการสำรวจของ Forrester 2019 พบว่า 60% ของผู้ซื้อในนามองค์กรกล่าวว่าพวกเขาไม่ได้เลือกพนักงานขายเป็นแหล่งข้อมูลหลัก นอกจากนี้ดูเหมือนว่า 62% ของบริษัทต่างๆ ตอบว่าสามารถจำกัดผลิตภัณฑ์ให้แคบลงเพื่อซื้อโดยพิจารณาจากเนื้อหาดิจิทัลเท่านั้นและเลือกรายชื่อซัพพลายเออร์ เพราะเหตุนี้เว็บไซต์จึงกลายเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญสำหรับธุรกิจ B2B โดยเราขอแนะนำ 5 ประเด็นสำคัญในการสร้างเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จสำหรับธุรกิจ  B2B

1. กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ชัดเจน

จุดประสงค์ของเว็บไซต์ไม่ได้เป็นเพียงการต่ออายุการใช้งานแต่เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจโดยการดำเนินการปรับปรุงเว็บไซต์ให้เกิดประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่นในกรณีของ บริษัท B2B จุดประสงค์ของเว็บไซต์อาจเพื่อสร้าง “การสอบถาม” หรือ “ขอสินค้าตัวอย่าง” เป็นต้น

ตัวอย่าง)
วัตถุประสงค์ = ความสำเร็จที่คุณต้องการสร้างบนเว็บไซต์ของคุณ = เพิ่มการสอบถาม ได้รับ 5 คำถามต่อเดือน
วิธีการ = บรรลุวัตถุประสงค์ = เพิ่มจำนวนการเข้าถึงปรับปรุง CVR (กำหนดค่าตัวเลขให้ชัดเจน)

 

นอกจากนี้เนื่องจากเว็บไซต์เป็นแพลตฟอร์มในการเชื่อมต่อกับลูกค้าสิ่งสำคัญคือโครงสร้างต้องง่ายสำหรับผู้ใช้ที่ออกแบบอย่างเหมาะสมจากมุมมองของผู้ใช้ไม่ใช่แค่เว็บไซต์ที่ถูกออกแบบมาอย่างดี ซึ่งหลังจากเปิดตัวเว็บไซต์แล้วเราจะต้องดำเนินการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้บนเว็บไซต์โดยการวิเคราะห์การเข้าถึง ค้นหา หรือแหล่งที่มา โดยใช้การวิเคราะห์ PDCA ที่นำไปสู่มาตรการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพให้ตรงต่อความต้องการของเป้าหมายเรามากขึ้น

2. ทราบปัญหาของบริษัทของคุณ

หลังจากกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายแล้ว การวิเคราะห์ถึงปัญหาปัจจุบันว่าเกิดจากอะไรเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุจุดประสงค์และสิ่งที่ต้องทำอย่างอย่างไร เพื่อหามาตรการแก้ปัญหากันต่อไป

ตัวอย่างเช่นหากวัตถุประสงค์คือ “เพิ่มการสอบถามข้อมูล” คุณต้องวิเคราะห์สถานการณ์บริษัทของคุณ หากคุณเป็นธุรกิจใหม่ในประเทศไทยหรือคนในประเทศไทยไม่คุ้นเคยกับบริษัทของคุณ ดังนั้นกลยุทธ์คือการสร้างการรับรู้เพื่อเพิ่มคุ้นชินให้กับแบรนด์ควรเป็นขั้นตอนแรก และหากจำนวนการสอบถามหรือการมีส่วนร่วมไม่เพิ่มขึ้นเราก็ควรวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน เช่น เว็บไซต์ของคุณจะปรากฏบนหน้าจอผลการค้นหาอย่างไร และคุณจะทำอย่างไรเพื่อให้มันขึ้นในหน้าแรก นี่คือสิ่งที่เราควรคำนึงและวางกลยุทธิ์ให้ตรงจุดประสงค์

3. รู้จักสินค้า / บริการของคุณและกลุ่มเป้าหมายของคุณคือใคร

เมื่อคุณเข้าใจปัญหาของบริษัทและกำหนดกลยุทธ์ที่ตรงตามประเด็นแล้ว คุณสามารถวางแผนที่เป็นรูปธรรมในการสร้างเว็บไซต์ของคุณได้ อธิบายผลิตภัณฑ์และบริการ กลุ่มเป้าหมายที่เยี่ยมชมเว็บไซต์ และหากเป็นเว็บไซต์ของธุรกิจ B2B การสร้างช่องทางการติดต่อสำหรับผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์และบริการของคุณเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งลูกค้ากำลังมองหาข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาของพวกเขาและพิจารณาซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการ ตัวอย่างเช่นหากมีปัญหาเช่น “ความร่วมมือระหว่างแผนกไม่ได้รับการยอมรับอย่างดีและการบริหารเวลาไม่ดี” ก็จะนำไปการมองหาแนวทางแก้ไข โดยเราดึงดูดลูกค้าด้วยหัวข้อในลักษณะคำถามที่น่าสนใจ เช่น  “ถึงเวลาพิจารณาการจัดการการผลิตใหม่แล้วหรือยัง?”. ด้วยการโพสต์บนเว็บไซต์ในลักษณะที่เข้าใจง่ายว่าลูกค้าเป้าหมายมีปัญหาประเภทใดและผลิตภัณฑ์และบริการของพวกเขาสามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาได้อย่างไรเพื่อนำไปสู่การเข้าถึงเว็บไซต์ของบริษัท ด้วยการทำความเข้าใจรูปแบบพฤติกรรมของลูกค้าทำให้สามารถออกแบบนโยบายและสร้างเว็บไซต์ที่มีผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้

4. การออกแบบที่เน้นข้อความ

เว็บไซต์มีไว้สำหรับผู้ใช้งานดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่การออกแบบจะง่ายสำหรับผู้ใช้ที่จะมองเห็น ต่อไปนี้เป็นประเด็นที่ควรคำนึงถึงเมื่อออกแบบเว็บไซต์สำหรับ บริษัท B2B

  • การออกแบบบ่งบอกอย่างชัดเจนว่า บริษัทเป็นแบบใดในการมองเห็นครั้งแรก
  • การออกแบบนั้นได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้เยี่ยมชมไซต์สามารถค้นหาข้อมูลได้โดยไม่เกิดการสับสน
  • การออกแบบนั้นบ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือและไว้วางใจหรือไม่
  • การออกแบบมีปุ่ม Call to action หรือไม่
  • การออกแบบนั้นอ่านง่ายแม้ในโทรศัพท์หรือไม่

องค์ประกอบทั้งหมดข้างต้นควรรวมอยู่ในการออกแบบเพื่อให้สามารถนำไปสู่การแปลงได้ดีขึ้นและเกิดผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม

5. การจัดการเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อ

การเปิดตัวเว็บไซต์ไม่ใช่จุดสิ้นสุด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้องแม้ว่าจะได้รับการพัฒนาแล้วก็ตาม เราจำเป็นต้องตั้งเป้าหมายสำหรับเว็บไซต์ที่ผู้ใช้เข้าถึงได้ โดยเมื่อสร้างเว็บไซต์ใหม่จำเป็นต้องพิจารณาถึงวิธีดึงดูดลูกค้ามายังเว็บไซต์ด้วย ซึ่งมีวิธีการต่างๆ ในการดึงดูดลูกค้าเข้าสู่เว็บไซต์ เช่น โฆษณา, ปรับปรุง SEO, การโพสต์บนโซเชียลมีเดีย และการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ รวมไปถึงการอัพเดทบทความหัวข้อที่น่าสนใจบนเว็บไซต์เป็นประจำก็ช่วยในเรื่องของการค้นหาเว็บไซต์ได้ง่ายและดึงดูดผู้ชมเข้ามาในหน้าเว็บไซต์ได้มากยิ่งขึ้น

ตัวอย่าง

  • News

การอัพเดทเนื้อหา การแจ้งเตือน เช่น อัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และข้อมูลเหตุการณ์เป็นครั้งคราว หากข่าวล้าสมัยจะส่งผลต่อความไว้วางใจของผู้ใช้และผลกระทบต่อการเพิ่มประสิทธิภาพของหน้าค้นหาอีกด้วย

  • Case study

ด้วยการเพิ่มจำนวนบทความกรณีศึกษาเป็นประจำบนเว็บไซต์ เสนอผลิตภัณฑ์และบริการ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ใช้จินตนาการได้ง่ายขึ้นว่าจะได้อะไรหลังจากได้รับผลิตภัณฑ์ / บริการในกรณีของตน

  • Blog

การอัพเดทเนื้อหาของคุณเป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มการนำเข้าไปสู่เว็บไซต์ขอวองค์กร (การเข้าชมจากผลการค้นหาคำหลัก)

นอกจากนี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการในการอัพเดทเนื้อหาดังกล่าวควรทำอย่างต่อเนื่อง วิเคราะห์สถานะการเข้าถึงเป็นระยะโดยรับรู้ปัญหาและแนวทางการปรับปรุง โดยในการวิเคราะห์การเข้าถึงจำเป็นต้องอ้างอิงถึงค่าตัวเลขทั่วไปเช่น PV (จำนวนการดูหน้าเว็บ), UU (จำนวนผู้เยี่ยมชม), อัตราตีกลับอัตรา, Conversion, เป็นต้น แต่จากผลการวิเคราะห์ให้ตั้งสมมติฐานที่จะเป็นปัญหาเพื่อแก้ไขและปรับปรุง อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือต้องสะท้อนการทำงานในแผน ตัวอย่างเช่น หากอัตราตีกลับสูงกว่าอัตราอื่นๆ เมื่อมีโฆษณาเข้ามาเท่านั้น จึงมีการตั้งสมมติฐานว่าโฆษณาและหน้าปลายทางอาจไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ หากการออกแบบโฆษณาหรือข้อความไม่เหมาะกับผู้ใช้เป้าหมายจำเป็นต้องใช้มาตรการเพื่อเปลี่ยนแปลงการออกแบบโฆษณาและจำเป็นต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงหน้า landing page อีกด้วย

สรุป

หวังว่า 5 ข้อสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้กับเว็บไซต์ของธุรกิจ B2B ที่ทางเราได้แนะนำไปจะช่วยเป็นแนวทางให้ทุกท่านได้สร้างประสิทธิภาพและผลลัพธ์ของเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้นได้นะครับหรือหากคุณต้องการสร้างเว็บไซต์ แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนหรือหากคุณมีเว็บไซต์แต่ผลลัพธ์ไม่ดีโปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเรา!