Google Analytics 4 มีประโยชน์อย่างไร?

GA4 หรือ Google Analytics 4 เป็นเครื่องมือวัดและวิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่มีความสามารถและประโยชน์มากมาย ดังนี้

วัดและวิเคราะห์ผู้ใช้งาน

ใช้ติดตามการเข้าชมเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันและการใช้งานของผู้ใช้ รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายของผู้ใช้ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการตลาดและเพิ่มยอดขาย

วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้งาน

สามารถติดตามพฤติกรรมของผู้ใช้บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน เช่น การคลิกปุ่ม, การซื้อสินค้า, การสมัครสมาชิก ซึ่งช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้และสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพในการตลาดได้

วิเคราะห์ผลการตลาด

ช่วยวิเคราะห์ผลในทางการตลาดของกิจการ รวมถึงการติดตามและวิเคราะห์การโฆษณาและการตลาดออนไลน์ เพื่อปรับปรุงแผนกการตลาดให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

วิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานและสื่อสังคมออนไลน์

ช่วยวิเคราะห์การใช้งานและการแชร์บนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อปรับปรุงการตลาดและโฆษณาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

ติดตามและวิเคราะห์การใช้งานทางโทรศัพท์มือถือ

ช่วยติดตามการใช้งานและการทำธุรกรรมบนแอปพลิเคชันที่ใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการตลาดและการขาย

เชื่อมต่อกับ Google Ads

GA4 สามารถเชื่อมต่อกับ Google Ads เพื่อวิเคราะห์ผลการโฆษณาและการตลาดออนไลน์ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับปรุงกิจกรรมตลาดและโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สร้างรายงานและการแจ้งเตือน

GA4 ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างรายงานและการแจ้งเตือนเมื่อมีกิจกรรมที่สำคัญเกิดขึ้นบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน เช่น การเข้าชมหน้าเว็บไซต์หน้าสินค้าที่ถูกลดราคา เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

สรุปได้ว่า

GA4 เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการวิเคราะห์และปรับปรุงประสิทธิภาพในการตลาด ซึ่งช่วยให้กิจการสามารถปรับปรุงแผนกการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องต่อกลุ่มเป้าหมายของตนเองได้

เหตุผลที่ควรเลือกใช้ GCP

GCP (Google Cloud Platform) เป็นพื้นที่คลาวด์ที่ให้บริการโซลูชันการคำนวณและการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ โดยมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีความน่าเชื่อถือ นี่คือเหตุผลที่คนหลายๆ ใช้ GCP เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของธุรกิจของพวกเขา

เหตุผลที่ควรใช้ GCP

เทคโนโลยีที่ทันสมัย

GCP มีเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้ผู้ใช้สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันและบริการของพวกเขาได้ด้วยความเร็วและความสะดวก

มีความน่าเชื่อถือ

GCP มีความน่าเชื่อถือสูง เนื่องจากมีเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ และมีการสำรองข้อมูลที่มั่นคง

มีความยืดหยุ่น

GCP มีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งตามความต้องการของผู้ใช้ โดยสามารถเลือกใช้บริการและแพลตฟอร์มต่างๆ ตามความต้องการของธุรกิจ

การจัดการและควบคุมงานอย่างมีประสิทธิภาพ

GCP มีเครื่องมือสำหรับการจัดการและควบคุมงานที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น Google Cloud Console, Cloud Shell, Stackdriver ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการและควบคุมงานของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกสบาย

รองรับภาษาและเทคโนโลยีที่หลากหลาย

GCP รองรับภาษาและเทคโนโลยีต่างๆ อย่างกว้างขวาง รวมถึงภาษา Python, Java, Ruby, Node.js, Go และอื่นๆ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันของพวกเขาได้อย่างหลากหลาย

ให้บริการที่มีประสิทธิภาพสูง

GCP มีเทคโนโลยีการคำนวณและการจัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำ

GCP มีราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่าสำหรับการใช้บริการคลาวด์ โดยให้ผู้ใช้เลือกใช้บริการตามความต้องการและปริมาณการใช้งานของพวกเขา

สนใจเกี่ยวกับบริการ GCP : Google Cloud Platform ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

พฤติกรรมการบริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ของคนไทยในปี 2023

การเติบโตและการเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมการบริโภคผ่านช่องทางออนไลน์

ในปี 2023 การใช้งานอินเตอร์เน็ตของประเทศไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของการใช้งานผ่านมือถือ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่สุดของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในประเทศไทยในอนาคต ซึ่งจะส่งผลให้การใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านมือถือในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้งานที่มีความสนใจในการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนมือถือมากที่สุด

การใช้งานอินเตอร์เน็ตบนมือถือในประเทศไทยจะเป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สายและมีความเร็วสูง โดยจะมีการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ที่จะช่วยเพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและเปิดโอกาสให้กับผู้ใช้งานในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สายได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

การใช้งานอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยในปี 2023 ยังมีการเปลี่ยนแปลงในการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊ค ซึ่งจะเห็นได้ว่าจะลดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานที่มีอายุมากกว่า 35 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้งานที่มีความสนใจในการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คน้อยลง

การใช้งานอินเตอร์เน็ตมีการเปลี่ยนแปลงในการใช้งานบนโทรทัศน์ โดยจะมีการพัฒนาเทคโนโลยี IPTV ซึ่งเป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สายกับโทรทัศน์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานในการเข้าถึงเนื้อหาบนโทรทัศน์ได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

การเติบโตของธุรกิจออนไลน์

การเติบโตของธุรกิจออนไลน์ในประเทศไทยยังคงเป็นที่น่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะการซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ภายในปี 2023 นี้ คาดว่าจะมีการเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการใช้เทคโนโลยีในการช้อปปิ้งที่สะดวกสบายมากขึ้น

การซื้อขายสินค้าออนไลน์ในปี 2023 นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถซื้อขายสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย และมีความปลอดภัยในการซื้อขาย ซึ่งจะทำให้ธุรกิจออนไลน์ในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การซื้อขายสินค้าออนไลน์ในปี 2023 นี้ยังคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในการใช้ช่องทางการชำระเงิน โดยมีการใช้เทคโนโลยีการชำระเงินที่มีความปลอดภัยมากขึ้น เช่นการใช้ระบบ Blockchain ในการชำระเงิน ซึ่งจะทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายมีความมั่นใจในการซื้อขายสินค้า

ในส่วนของการขนส่งสินค้า การซื้อขายสินค้าออนไลน์ในปี 2023 นี้ยังคาดว่าจะมีการพัฒนาในการขนส่งสินค้าออนไลน์ โดยมีการใช้เทคโนโลยีในการติดตามการจัดส่งสินค้าอย่างละเอียด และมีการใช้ระบบขนส่งที่มีความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อให้ผู้ซื้อได้รับสินค้าที่ต้องการอย่างรวดเร็วและปลอดภัย

ดังนั้น การซื้อขายสินค้าออนไลน์ในปี 2023 นี้จะเป็นการเติบโตอย่างมากในประเทศไทย โดยมีการพัฒนาในการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีการให้บริการที่มีคุณภาพเพื่อให้ผู้ซื้อได้รับประสบการณ์การซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่ดีที่สุด

Digital Marketing In Thailand 2021

More than a year has passed since COVID-19 had a major impact on the world’s economies. In 2021, online is inevitably increasing, forcing many companies to rethink and restructure their marketing strategies. I would like to introduce how the Internet is currently being used in Thailand, where the development of Internet infrastructure is progressing rapidly, and what kind of online measures are effective in Thailand based on these.

Internet situation in Thailand

First of all, the big difference between Thailand and Japan is the internet usage time of internet users. 70% (about 50million) of Thailand’s population of about 70 million uses the Internet, an increase of 3.4 million compared to last year, but what we would like to focus on is its spending time. Thailand spends an average of 8 hours and 44 minutes a day on the Internet. That is double the spending time of Japan.

There are many cases that we actually had from our clients that when we proposed the marketing strategies to meet the Thailand market,  client’s headquarters in Japan rejected the whole concept as they could not imagine it would work or understand the behaviour of Thai people in the Thailand market as they only know the Japanese trends or behaviours. Therefore, it is extremely important to understand and create a strategy based on the actual datas.

Social media situation in Thailand

Here is the 2021 Thailand’s latest social media stats. The most used social media platform in Thailand is Facebook, which has 51 million users (more than 70% of the population). Next is Youtube of 37.3 million people followed with Facebook’s chat function messenger of 37 million users.

Thailand

On the other hand, the data for Japan is as follows.
In Japan, Youtube is the overwhelming number one. On the other hand, Facebook, which has the highest number of users in Thailand, has extremely small users in Japan.

Japan

The way social media is used is also quite different compared to Japan. First is the time that users spend on social media, which the average daily spending time in Thailand is 2 hours and 48 minutes, while that for Japan is only 51 minutes.

n Thailand, it is common to use social media such as LINE and Facebook to communicate with customers and business partners in business scenes. In Japan, normally Yahoo or Google is used when searching, but in Thailand, there is a tendency to search using social media such as Facebook and Instagram as well as with Google. This applies to both B2C and B2B products or services.
Based on these facts, many B2B and B2C companies are using Facebook as their website as a contact point to target users. B2B companies actively distribute their own exhibitions and seminars using Facebook as well as to introduce their products and services. B2C companies are also achieving results while gaining engagement with users through campaigns on Facebook and Instagram. It will be possible to create strategies for each segment, such as grouping users who follow Facebook pages or take some action on posts and send advance information and VIP information to the target. Facebook has become one of the most effective platforms in Thailand.
On the other hand, this situation is very different from the Japanese market, where the number of Facebook users is as small as 18% of the population, even if the Thai branch office of a Japanese company explains its importance, the understanding and approval from the Japanese head office can be obtained. However, many people are worried that they cannot take measures that utilize social media. Applying the same strategy with Japan to the Thailand market will sometimes not be effective and there are cases where the results are not achieved and the performance is disappointing. Understanding the current situation of the Thai local market is of utmost importance.

Current status of advertising in Thailand

Thailand’s digital advertising spending increased 16% from 2018 to 2019, and Thailand has continued to grow rapidly in the last few years, but due to the arrival of the COVID-19 pandemic has drastically slowed down the rate of growth from previous double-digit numbers to now just +0.3% by the end of 2020. 2020 saw a significant slowdown of + 0.3% year-on-year. The total is about 19.6 billion baht, which is 58.8 billion yen in Japanese yen (calculated at 1THB = 3 yen).

(Source: DAAT-Mid-Year-2020-Press-Report)

Let’s take a look at the five most advertised industries spenders in the latest data for 2020. Although it has decreased by 200 million baht from the previous year of 2019, the industry that has been investing advertising expenses from 2017 to 2020 is the motor vehicles industry. As banks shrank by 350 million baht, the beverage industry, which was previously 4th to 5th, ranked into 3rd place, and the dairy and dairy substitute products industry showed record-high growth rates of 39%. It can be inferred that this was the result of the declaration of self-restraint in 2020, which forced the nesting.

In addition, Facebook, YouTube, and creative are still key areas for advertising spending by the media, with minimal spending declines since 2019. As of the end of 2020, Google Search Advertising and social media are leading growth rates of + 32% and + 26%, respectively. Google Display Network (banner ads), Instagram, and affiliate marketing spending was the lowest at -30%, -13%, and -13%, respectively.

While the number of advertisements is decreasing due to the influence of COVID-19, we will further educate the company about the importance and necessity of digital, accelerate digital transformation (DX), and change the current way of working to adapt to the new normal. It is becoming more important to reexamine and rebuild.
We have more than 20 years of experience and provide business support to Thailand, Malaysia and Asian countries. We provide thorough support from problem extraction for B2C / B2B companies to action design, strategy creation, and execution. If you have any concern about marketing measures or current issues, please feel free to contact us!

Webinar คืออะไร?

จากการแพร่กระจายของ COVID-19 ประเทศไทยได้ประกาศคำสั่งการควบคุมการเคลื่อนไหว (MCO) ในวันที่ 9 เมษายน 2563 และขยายไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 ไม่ต้องสงสัยเลยว่าช่วงเวลานี้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจมากมาย และลูกค้าของคุณเริ่มที่จะระงับหรือลดการใช้จ่าย

Webinar เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ได้รับความนิยมในการเข้าถึงลูกค้าของคุณในช่วง Work From Home

Webinar คืออะไร?

Webinar มาจาก “Web” และ “Seminar” มันเรียกว่าการสัมมนาออนไลน์หรือ e-learning ลักษณะสำคัญของการสัมมนาผ่านเว็บคือองค์ประกอบแบบอินเทอร์แอคทีฟ ระหว่างผู้นำเสนอและผู้ฟังแบบ real time

ข้อดีของการสัมมนาผ่านเว็บคืออะไร

  • สามารถจัดขึ้นได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องสถานที่หรือการเข้าถึง
  • สามารถเข้าร่วมได้จากทุกที่เช่นที่บ้านหรือที่ทำงานได้ทุกเวลา
  • ต้นทุนต่ำและประสิทธิภาพสูงขยายโอกาสในการพัฒนาลูกค้าของคุณ
  • สามารถจัดกำหนดการใหม่เพื่อสร้างการกระจายแบบเรียลไทม์และการกระจายบันทึก
  • ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่สถานที่จัดงาน
  • ดึงดูดผู้ชมของคุณและสร้างความเชื่อมั่น

การสัมมนาผ่านเว็บแบบสดสามารถให้คุณค่าและมอบการสื่อสารสองทางกับผู้ชมของคุณ

การสัมมนาผ่านเว็บสามารถนำเอากลยุทธ์การตลาดแบบดั้งเดิมมาใช้และคุณค่าของมันนั้นมีความพิเศษกว่ามาก

Webinar เป็นเครื่องมือทางการตลาด  บริษัทจำนวนมากเริ่มใช้วิดีโอ webinar เป็นการวางแผนการตลาดและดึงดูดตลาดในวิดีโอ webinar การวิเคราะห์การสนทนาและการวิเคราะห์แบบสอบถามจะดำเนินการในระหว่างการสัมมนาออนไลน์ ในทางตรงกันข้ามเนื้อหาวิดีโอการตลาดสามารถอัปโหลดเพื่อการรับชมย้อนหลัง

สร้างลูกค้าเป้าหมายใหม่

การสัมมนาผ่านเว็บที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสร้างโอกาสในการขายใหม่ที่มีคุณภาพสูง

ทำไม?

เพราะคนที่เห็นการสัมมนาผ่านเว็บ และมีส่วนร่วมกับแบบฟอร์ม โดยการลงทะเบียนสำหรับกิจกรรม คนเหล่านี้คือคนที่บอกคุณว่าเค้าสนใจในเนื้อหาการสัมมนาผ่านเว็บของคุณ

คุณพร้อมที่จะเริ่มการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ทางธุรกิจของคุณโดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ท้าทายเหล่านี้ แล้วหรือยัง

ตลาดดิจิทัลในประเทศไทยในปี 2563

บริษัทจำนวนมากขึ้นกำลังเพิ่มการลงทุนในโฆษณาของ Google LINE และ Facebook

ตลาดดิจิทัลกำลังทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อส่งเสริมธุรกิจและบรรลุผลลัพธ์ที่มากขึ้น เราจึงต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับแพลตฟอร์มและกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลล่าสุดที่ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

มาดูแพลตฟอร์มหลักทางการตลาดดิจิทัลในประเทศไทยในปี 2563

Source:Digital 2020 Thailand (January 2020) v01, DataReportal 

จากแหล่งข้อมูลข้างต้น Facebook (47 ล้าน) เป็นโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดตามด้วย Instagram (12 ล้าน) และ Twitter (6.55 ล้าน) จากมุมมองการตลาดดิจิทัลเครือข่ายสังคมเช่น Facebook, Instagram และ Twitter มีจุดแข็งที่สามารถกำหนดเป้าหมายผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ

ในจำนวนประมาณ 69 ล้านคนในประเทศไทย
52 ล้านคนใช้อินเทอร์เน็ต ผู้ใช้โซเชียลมีเดียมากกว่า 47 ล้านคนใช้ Facebook ผู้ใช้งานเน็ตในประเทศไทยใช้โซเชียลมีเดียเหล่านี้เฉลี่ย 9 ชั่วโมงต่อวัน สิ่งสำคัญที่จะใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มที่ทำแคมเปญการตลาด ฯลฯ และเข้าหากลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ
Facebook ได้กลายเป็นกระแสหลัก  สามารถใช้สำหรับกลยุทธ์ต่าง ๆ เช่นการทำแคมเปญสำหรับแต่ละเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และแบรนด์ของ บริษัท นอกจากนี้เรายังพบว่าโพสต์โดยเฉพาะที่มีเนื้อหาวิดีโอมีอัตราการมีส่วนร่วมสูงสุดของโพสต์ Facebook ทุกประเภท

แอปพลิเคชั่นการสื่อสารที่ได้รับความนิยม LINE มีผู้ใช้ 42 ล้านคนในประเทศไทยซึ่ง 39 ล้านคนใช้งานไทม์ไลน์ สถิติแสดงให้เห็นว่าประมาณ 90% ของผู้ใช้กำลังดูไทม์ไลน์

กุญแจสำคัญคือการเข้าใจกลยุทธ์ของบริษัท อย่างชัดเจนว่าแพลตฟอร์มใดเป็นที่ต้องการสำหรับเป้าหมายและรู้ว่าสื่อใดที่จะใช้เพื่อให้บรรลุยอดขายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ติดต่อเราได้ หากท่านต้องการขยายธุรกิจในประเทศไทย เราจะวางแผนการตลาดเพื่อให้ทุกบริษ้ทบรรลุเป้าหมาย